น้ำมันดิบลงต่อเนื่อง จากคาดการณ์ปริมาณน้ำมันคงคลังที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังและน้ำมันสำเร็จรูปของสหรัฐ เช่น น้ำมันที่ใช้ให้ความร้อน ณ จุดส่งมอบน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น การปรับตัวเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังสหรัฐ มีสาเหตุมาจากกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันต่างๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังการกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงและสภาพอากาศที่หนาวน้อยกว่าปกติ และอีกหนึ่งสาเหตุที่กดดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวลดลงก็คือ การเพิ่มขึ้นของอัตราการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย และผู้ผลิตรายใหญ่ต่างๆ ของโลก
- จากรายงานของ Genscape แสดงปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ณ จุดส่งมอบน้ำมันดิบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล ในช่วงวันที่ 30 ต.ค. ถึง 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจของ Reuters ที่คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจะปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาคในสหรัฐ เป็นสัปดาห์ที่ 7 ต่อเนื่องกัน โดยมีปริมาณน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น 500,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามผลสำรวจของ Reuters แสดงถึงปริมาณน้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังที่ลดลง 800,000 บาร์เรล และ 1.2 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ
+ อย่างไรก็ดีราคาน้ำมันดิบยังคงถูกสนับสนุน หลังจากที่นายอับดุลลาห์ อัล-บาดรี เลขาธิการกลุ่มโอเปค กล่าวว่า กลุ่มโอเปคคาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันดิบจะมีความสมดุลของอุปสงค์และอุปทานที่แข็งแกร่งมากขึ้นในปีหน้า เนื่องจากอุปสงค์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอุปทานจากทางด้านกลุ่มผู้ผลิตที่อยู่นอกเหนือจากกลุ่มโอเปคปรับตัวลดลง
- องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ประกาศปรับลดแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2016 ลง ซึ่งสะท้อนถึงภาวะการค้าที่ซบเซา ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และมีการคาดกาณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2559 จะเติบโต 3.3% ซึ่งปรับลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ในเดือน ก.ย. ที่ 3.6%
- ยอดการค้าระหว่างประเทศของจีนเดือน ต.ค. ปรับตัวลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งปรับลดลงมากกว่าเดือน ก.ย. ที่ 8.8% การปรับลดลงในเดือนนี้เป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันเบนซินยังคงถูกกดดันจากอุปทานที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อุปสงค์มีปริมาณลดลงในช่วงนี้
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณอุปทานที่ตึงตัวจากการที่โรงกลั่นต่างๆ ปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับมีอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากทางด้านเวียดนามและแอฟริกา
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของจีน ได้แก่ ยอดส่งออก ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น ว่าจะออกมาในทิศทางใด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะสร้างความกังวลต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวมและอุปสงค์น้ำมันของจีนที่อาจมีแนวโน้มชะลอตัวลงได้ ซึ่งจะส่งผลกดดันราคาน้ำมัน
- อัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยล่าสุด EIA รายงานการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ (ณ วันที่ 30 ต.ค.) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดที่ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ บางส่วนได้ชะลอการผลิตลง
- รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน พ.ย. จากสำนักสารสนเทศน์ด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) วันที่ 11 พ.ย. โอเปค วันที่ 12 พ.ย. และ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) วันที่ 13 พ.ย. นี้ ว่าจะมีแนวโน้มต่อภาพตลาดน้ำมันอย่างไร
- การประท้วงของสหภาพแรงงานบริษัทน้ำมันแห่งชาติบราซิลเพื่อเรียกร้องให้บริษัทปรับเพิ่มค่าแรงขึ้น ที่ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบของบราซิลปรับลดลงอย่างมาก อาจยังคงส่งผลต่อราคาน้ำมันระยะสั้นต่อเนื่อง แม้ล่าสุดบริษัทได้ออกแผนการฉุกเฉินเพื่อรับมือกับการประท้วงเพื่อชะลอความรุนแรงลงแล้ว
- ความคืบหน้าสถานการณ์นิวเคลียร์ของอิหร่าน หลังล่าสุด อิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านได้เริ่มเดินหน้าทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านและกลุ่มชาติมหาอำนาจ (P5+1) บรรลุไว้เมื่อวันที่ 14 ก.ค. แล้ว โดยหากอิหร่านสามารถปฎิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงทั้งหมดได้ก่อนวันที่ 15 ธ.ค. ส่งผลให้อิหร่านจะได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตรและกลับมาส่งออกน้ำมันดิบตามปกติในปีหน้า
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









