BCP ซื้อ, MAJOR ซื้อ, PTTGC ซื้อ, PTTEP ซื้อ, GPSC ซื้อ
BCP ซื้อ ราคาพื้นฐาน 42.75 บาท
BCP : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14%yoy แต่ลดลง 85%qoq โดยผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคาดไว้ กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกปีนี้เติบโต 33%yoy เป็น 4.3 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 64% ของคาดการณ์ทั้งปีของเรา ทั้งนี้ด้วยแนวโน้มที่สดใสในไตรมาสที่ 4/58 เราเชื่อว่า BCP นั้นยังดำเนินตามแผนที่จะเป็นไปตามคาดการณ์กำไรสุทธิของเราในปี 2558 คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 42.75 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
MAJOR ซื้อ ราคาพื้นฐาน 41.00 บาท
MAJOR : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 3/58 ที่ 343 ล้านบาท เป็นไปตามที่เราคาดไว้ แต่สูงกว่าตลาดคาดไว้ 8% โดยกำไรสุทธิเติบโต 17%yoy จากกำไรจากเงินลงทุนที่มากขึ้น แต่ลดลง 30%qoq จากรายได้ค่าเข้าชมภาพยนต์น้อยลง ส่วนผลประกอบการไตรมาสที่ 4/58 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน และบริษัทน่าจะเห็นผลประกอบการสร้างสถิติใหม่ในปี 2558 การเติบโตของกำไรสุทธิจะต่อเนื่องไปยังปี 2559 ด้วยปัจจัยหนุนจากโรงภาพยนต์ที่เพิ่มขึ้น และราคาค่าตั๋วเข้าชมภาพยนต์ที่สูงขึ้น คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 41.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
PTTGC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 73.00 บาท
PTTGC : บริษัทรายงานกำไรสุทธิที่ 1,207 ล้านบาท ลดลง 84.1%yoy และ 86.5%qoq โดยผลประกอบการอ่อนตัวลงในทุกรายการ อย่างไรก็ดี คาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวขึ้นอย่างเด่นชัดในไตรมาสที่ 4/58 จากปัจจัยด้านฤดูกาล นอกจากนี้ความล่าช้าของอุปทานโอเลฟินส์ใหม่ จะทำให้มีอนาคตที่สดใสของธุรกิจโอเลฟินส์จนถึงปี 2561คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 73 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
PTTEP ซื้อ ราคาพื้นฐาน 90.00 บาท
PTTEP : ด้วยความไม่แน่นอนของราคาน้ำมัน การปรับลดต้นทุนยังคงเป็นกุญแจหลักต่อผลประกอบการหลักของบริษัท ทั้งนี้ PTTEP น่าจะมีการทำการควบรวมกิจการในครึ่งแรกปี 2559 ซึ่งจะสนับสนุนราคาหุ้น โดยหุ้นถูกซื้อขายในระดับต่ำที่ 0.7 เท่า ของ 2559 P/B ซึ่งเป็นค่าที่ต่ำกว่าในอดีตย้อนหลัง 5 ปี คงคำแนะนำ ซื้อ แต่เราชอบผู้เล่นปลายน้ำมากกว่า เช่น PTTGC, IRPC และ SCC ราคาพื้นฐาน 90 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
GPSC ซื้อ Consensus 32.50 บาท
GPSC : นางวนิดา บุญภิรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายสายงานการเงินและบัญชี บริษัท โกลบอลเพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการงวด 9 เดือนของปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 1,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 1,182 ล้านบาท สาเหตุหลักจากปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าศรีราชาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (IPP) ที่ได้หยุดเดินเครื่องเพื่อทำการซ่อมบำรุงตามรอบระยะเวลาในช่วง 9 เดือนของปี 2557 เป็นไปตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ ด้านผลประกอบการไตรมาสที่ 3/58 มีกำไรสุทธิที่ 566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19%qoq จากเงินปันผลรับจากบริษัทราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัท ไออาร์พีซี คลีน เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยลดลง 33 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)









