แนวโน้มขาดทุนในไตรมาส 3/58
ความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยขาลงส่งผลให้ขาดทุนในไตรมาส 3/58
เราคาด BLA จะรายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 235 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุนในไตรมาส 3/57 ที่ 881 ล้านบาท แต่ปรับลดลงจากที่กำไร 1.84 พันล้านบาทในไตมาสก่อนหน้า ซึ่งผลขาดทุนที่ลดลงนั้นมีปัจจัยจากการตั้งค่าสำรองกรมธรรม์ประกันที่ลดลง (จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอ่อนตัวลง) เราคาดบริษัทตั้งสำรองกรมธรรม์ประกันในไตรมาส 3/58 ที่คิดเป็นสัดส่วน 86% ของรายได้เบี้ยประกันทั้งหมด จากเดิมอยู่ที่ 98% ในไตรมาส 3/57 ทั้งนี้รายได้เบี้ยประกันไตรมาส 3/58 ประเมินอยู่ที่ 8.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% YoY และ 15.8% QoQ ตามฤดูกาล ในขณะที่ผู้บริหารแนะอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนจะอยู่ที่ 4.8% ในไตรมาส 3/58 เมื่อเทียบกับ 5.2% ในไตรมาส 3/57 อย่างไรก็ตามแนวโน้มตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนต่ำอาจจำกัดโอกาส BLA ในการเข้าซื้อตราสารหนี้ระยะยาวเพื่อรอจังหวะดอกเบี้ยขึ้นในปีหน้า โดยเราประเมินรายได้จากการลงทุนในไตรมาส 3/58 อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท (เทียบเท่ากับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 4.8%) เพิ่มขึ้น 13% YoY
แนวโน้มไตรมาส 4/58 หันมาสนใจสินค้าประกันระยะยาวที่มีมาร์จิ้นสูง
เรามองยอดขายปี 2558 ปรับตัวลง 8% YoY มาอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท จากการปรับสินค้ากรมธรรม์ระยะสั้น (อย่างเกนเฟริสต์ 245) มาเป็นสินค้ากรมธรรม์ระยะยาว (อย่างประกันชีวิตออมทรัพย์ระยะยาว กองทุนบำเหน็จบำนาญ ประกันการคุ้มครองภาระหนี้สินอย่าง กรมธรรม์บัวหลวงห่วงลูกหลาน แล บัวหลวงห่วงครบครัว รวมทั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญ 555/600) และสินค้าประกันชีวิตตลอดชีพที่มีการจ่ายเบี้ยประกัน มากกว่า 4 ปีขึ้นไป ทั้งนี้การที่บริษัทหันมาให้ความสนใจสินค้ากรมธรรม์ระยะยาวมากขึ้นในไตรมาส 4/58 จะช่วยเพิ่มมาร์จิ้นของสินค้าให้สูงขึ้น แต่อาจทำให้ปริมาณขายลดลงเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายยาก
ความเสี่ยงการตั้งสำรองเพิ่มจากการปรับระบบบัญชีไตรมาส 3/58
เราสันนิษฐานการตั้งสำรองกรมธรรม์ประกันจะอยู่ที่ 70% ของเบี้ยประกันทั้งหมดทั้งปีนี้และปีหน้า โดยการหันมาให้ความสนใจสินค้าประกันระยะยาวเพิ่มขึ้นอาจทำให้อัตราส่วนดังกล่าวปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังปี 2558 และปี 2559 ทั้งปี BLA มองว่าอาจมีการตั้งสำรองกรมธรรม์ประกันเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงของอัตราดอกเบี้ยในครึ่งหลังปี 2558 จากการปรับระบบบัญชีกลับมาเป็น ระบบการทดสอบความเพียงพอของหนี้สิน (LAT) จากระบบการคาดการระยะยาว (Best Estimate) ซึ่งหมายความว่าหากอัตราดอกเบี้ยไม่ปรับตัวลงมากตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2558 เป็นต้นไป ส่งผลให้ BLA สามารถดึงสำรองที่ตั้งไว้ในปีนี้กลับมาเป็นรายได้ในปีหน้า อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า BLA จะยังคงใช้ค่าสำรองปี 2558 เดิมที่ 70% ของเบี้ยประกันทั้งหมด เมื่อเทียบกับ 83% ในไตรมาส 3/57
ประเด็นการลงทุน
การหันมาเน้นผลิตภัณฑ์ที่มาร์จิ้นที่สูงขึ้น อย่างเช่น ประกันชีวิตตลอดชีพ ประกันชีวิตออมทรัพย์ระยะยาวและเครดิตไลฟ์ ส่งผลให้ BLA สามารถชดเชยการตั้งสำรองพิเศษที่เกิดขึ้นจากความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยขาลงได้ ซึ่งทำให้ ประมาณการของปี 2558-2559 คงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เราจึงยังคงประมาณการกำไรปี 2558 เดิม ที่ 4.4 พันล้านบาทในปี 2558 เพิ่มขึ้น 65% YoY และ 5 พันล้านบาทสำหรับปี 2559 เพิ่มขึ้น 14% YoY เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 67 บาท อ้างอิงจากการประเมินมูลค่าธุรกิจที่ 31.26 บาท/หุ้นและมูลค่าการสร้างธุรกิจใหม่ที่ 35.8 บาท








