กำไรยังเติบโตในระดับต่ำ แม้เร่งขยายตัวมากขึ้น
ประเด็นการลงทุน
เราปรับเพิ่มประมาณการปี 2559 ขึ้น 4% เพื่อสะท้อนการเร่งขยายตัวในปีหน้ามากกว่าที่เราคาด อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะขยายตัวได้เพียง 2% ในปี 2558 เพียง 11% ในปี 2559 จากแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัวดังกล่าว เราคิดว่าราคาซื้อขายปัจจุบัน (PER ปี 2558 ที่ 22 เท่า และ ปี 2559 ที่ 19.8 เท่า)นั้นยังไม่น่าสนใจ ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 ที่ 214 บาท (เพิ่มขึ้นจาก 210 บาท จากการปรับเพิ่มประมาณการ)
ยอดขายยังคงอ่อนตัว
ผู้บริหารชี้แจงในการประชุมนักวิเคราะห์ว่า ยอดขายของสาขาเดิมที่หดตัวลง 5.2% ในไตรมาส 3/58 มาจากการบริโภคที่อ่อนตัวและผลกระทบจากเหตุระเบิดในกรุงเทพฯเมื่อกลางเดือนส.ค.ที่ผ่านมา โดยยอดขายลดลงค่อนข้างมากหลังเหตุการณ์ระเบิดและไม่มีการฟื้นตัวในเดือนก.ย.เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง (โดยฉพาะสาขาราชดำริซึ่งเป็นสาขาใหญ่และใกล้เคียงกับจุดระเบิด) ยอดขายยังคงอ่อนตัวต่อเนื่องถึงเดือนต.ค. แม้จะมีการปรับตัวดีขึ้นบ้างในเดือนพ.ย. จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว แต่ยอดขายของสาขาเดิมยังคงลดลง ทั้งนี้ เราคาดยอดขายของสาขาเดิมหดตัว 2.2% ในไตรมาส 4/58 และ 2.3% สำหรับทั้งปี 2558
บริษัทยังคงเป้าหมายอัตรากำไรจากการดำเนินงาน
โปรโมชั่นการขายและการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมการขายของ BIGC (สัดส่วนสินค้าที่ไม่ใช่อาหารซึ่งมีอัตรากำไรสูงลดลง) เป็นปัจจัยที่มีผลทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงถึง 130 bps YoY ในไตรมาส 3/58 อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารเชื่อว่า อัตรากำไรน่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งไตรมาส 4/58 จากการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การตั้งราคาและการให้โปรโมชั่น โดยบริษัทได้ยกเลิกการให้คูปองส่วนลดสำหรับสินค้าทั้งตะกร้า แต่เปลี่ยนเป็นให้คูปองส่วนลดสำหรับสินค้าบางประเภทแทน โดยแม้ว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานใน 9 เดือนแรกของปี 2558 จะอยู่ที่ 7.2% (ลดลง 20 bps YoY) บริษัทยังคงมั่นใจว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานน่าจะยังคงอยู่ที่ 8.2% ในปี 2558 (ไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2557) ซึ่งหมายถึงอัตรากำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 11% ในไตรมาส 4/58 เทียบกับ 10.5% ในไตรมาส 4/57 ทั้งนี้ เราคาด อัตรากำไรจากการดำเนินงานน่าจะอยู่ที่ 10.6% ในไตรมาส 4/58 และ 8.1% ในปี 2558
ประหลาดใจเล็กน้อยจากแผนขยายตัว
แม้ว่า BIGC จะเปิดสาขาบิ๊กซีมาร์เก็ตเพียง 7 สาขาใน 9 เดือนแรกของปี 2558 แต่บริษัทยืนยันว่าเป้าการขยายตัว 18 สาขาในปีนี้ทำได้แน่นอน โดยบริษัทเปิด 4 สาขาในเดือนต.ค.ที่ผ่านมาในขณะที่อีก 7 สาขา มีแผนจะเปิดตัวในเดือนพ.ย.-ธ.ค. โดยมีเพียงมินิบิ๊กซีเท่านั้นที่ไม่สามารถบรรลุเป้าการขยายตัว 150 สาขาของบริษัทได้ โดยจะมีเพียง 80 สาขาเท่านั้นที่เปิดตัวในปีนี้ สำหรับในปีหน้า บริษัทวางแผนที่จะขยายสาขาขนาดใหญ่มากขึ้น โดยวางแผนเปิดตัวไฮเปอร์มาเก็ต 6 สาขา (เทียบกับ 2 สาขาในปีนี้) แต่ลดจำนวนบิ๊กซีมาร์เก็ตและมินิบิ๊กซีลงเหลือ 3 และ 75 สาขา ตามลำดับ โดยข้อดีของการเปิดตัวไฮเปอร์มาร์เก็ตคือการมีพื้นที่ขายและพื้นที่ให้เช่ามากขึ้น เมื่อรวมกับแผนการปรับปรุงสาขาของบริษัท พื้นที่ขายและให้เช่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.6% และ 11% ในปี 2559 ตามลำดับ









