วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนเชิงลบในกรอบ 1400-1420

เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ผันผวนเชิงลบในกรอบ 1400-1420

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มผันผวนในแดนลบ ด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบาง เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนรอผลการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐประจำเดือน ต.ค.ที่จะรายงานในวันนี้ ซึ่งมีความสำคัญต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของสหรัฐ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังเรื่องการผ่อนคลายทางการเงินของญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มเติมยังเป็นปัจจัยหนุนและสภาพคล่องในประเทศ บวกกับแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยที่ทยอยออกมาและการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีน เป็นอีกปัจจัยบวกให้เราเล่นสั้นเก็งกำไรกันได้ต่อ เมื่อดัชนีย่อลงในช่วงนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1400/1430 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า

นักลงทุนระยะสั้น : SOLAR (13), THCOM (47)

SOLAR (13) แนวรับ 11 บาทน่าจะเอาอยู่และเป็นบริเวณที่น่าเก็บสะสมหุ้น SOLAR ส่วนแนวต้าน 13 บาทบริเวณนี้เหมาะสำหรับขายเพื่อ Lock profit ไว้ก่อนนะครับ SOLAR ระยะยาวพื้นฐาน OK เพราะมีโอกาสจะได้ประโยชน์จากแผนการรับซื้อไฟฟ้าชนิดพลังงานแสงอาทิตย์ของส่วนราชการ ซึ่ง SOLAR มีโอกาสได้งานเพิ่มเติมสูง เพราะมีประสบการณ์และกำลังการผลิตเป็นอันดับต้นๆของอุตสาหกรรม

THCOM (47) ได้รับผลกระทบจากข่าว CEO ออกเลยเห็นราคาหุ้นรูดลงมาเรื่อยๆจาก 38 บาทเมื่อต้นปีลงมาเหลือบริเวณ 31 บาท แต่จริงๆแล้วพื้นฐานสำหรับตัวนี้ยังดีไม่เปลี่ยน ถ้าต่ำกว่า 31 บาท ทยอยเก็บสะสมได้เลยครับ รอไปเล็งขายอีกทีใกล้ๆ 40 บาท ได้ปัจจัยหนุนระยะยาวจาก

1. Earning ที่โตขึ้นเรื่อยๆ หนุนจาก THCOM7 ที่ utilization จะเต็ม 100% ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ส่วนปีหน้าก็จะรับรู้รายได้เต็มๆปี

2. THCOM8 ยิงสู่ท้องฟ้ากลางปี 59 และปลายปี 59 utilization จะโตเต็มใกล้ 100%

3. ปัจจุบันเป็นหุ้นที่มี upside สูงที่สุดในกลุ่มสื่อสาร

นักลงทุนระยะยาว : KCE (69), CK (32)

KCE (69) (1)กำลังปิดโรงงานลาดกระบังเก่า กำลังการผลิต 600,000 ตร.ฟุตต่อเดือนเพื่อย้ายไปโรงงานใหม่ ทำให้ save costs ได้ 30 ล้านบาทต่อไตรมาส เสร็จปลายปีนี้ เริ่มมีประโยชน์ชัดเจน ต้นปีหน้าโรงงานใหม่ Phasel เปิดแล้วเมื่อต้นปีคาดว่าปลายปีเต็ม มีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย เป็น Phase ที่มีอนาคตไกล (2)อุตสาหกรรม PCB ในรถยนต์ดี มีแนวโน้มเติบโตดีอยู่ โดย cost electronics ต่อรถยนต์มีแนวโน้มจะเพิ่มจาก 30% ไป 50% ภายในปี 2020 (3)โรงงาน phase 2 เต็มแล้ว ดีมานด์ชัดเจนต่อเนื่อง (4)โรงงานใหม่ phase 3 จะเปิด Q3 ปี 2016 (5)earnings Q2 นิวไฮ Q3 นิวไฮอีก มาร์จิ้นดี เพราะโรงงานใหม่ phase 1&2 ที่ลาดกระบังมีประสิทธิภาพดี (6)earnings CAGR 22% 3ปี ถึงปี 2017 สูงสุดในกลุ่ม electronics (7)จุดแข็งคือมี margin สูงสุดในโลก เมื่อเทียบกับผู้ผลิต PCB ทั้งหมด เพราะลด cost โดยการผลิต raw materials เช่น software & laminate เอง (8)P/E ปี 2016 12.7x อุตสาหกรรม 15x ถือว่า KCE ยังถูกอยู่

CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL น่าจะอนุมัติเดือน พ.ย.นี้ (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "สมคิด" สั่งสำนักงบประมาณ "ปฏิรูป" แผนจัดทำงบปี 60 เตรียมเสนอ ครม.10 พ.ย. เน้นเพิ่มประสิทธิภาพใช้จ่าย ยึดเป้าหมายประเทศ ลดงบซ้ำซ้อน คาดสัดส่วนงบลงทุน 20% ด้าน "กรณ์" แนะงบขาดดุลปี 60 ได้ แต่แนวทางการใช้เงินยังเป็นประเด็นท้าทาย

+ นาย ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index : CCI) เดือน ต.ค. 2558 ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 10 เดือน มาอยู่ที่ 73.4 จาก 72.1 ในเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นในทุกรายการ มาตรการอัดฉีดรัฐเริ่มเห็นผล นีลเส็นชี้ผู้บริโภคไทยที่ 5 ของโลก

+ นักธุรกิจไทย เชื่อผลการเลือกตั้งในพม่าไม่กระทบลงทุน โดยเฉพาะทุนไทยที่ไปปักหลักลงทุนก่อนหน้านี้ เหตุทั้งสองพรรคการเมืองคู่แข่ง มีเป้ามุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ เร่งเอกชนไทยเดินหน้าค้า-ลงทุน "ชาติศิริ" มั่นใจเศรษฐกิจพม่ายังเดินหน้าต่อได้

+ กสทช.ย้ำเดินหน้าประมูล 4 จี ไม่หวั่นคดีฟ้องร้อง "วิษณุ" ไฟเขียวทำตามกรอบกฎหมาย "ฐากร" เชื่อประมูล 11 พ.ย.นี้ แข่งเดือดแน่ เหตุเอกชนต้องการใบอนุญาตทั้งสองคลื่นความถี่โดยเฉพาะ "เอไอเอส" มีคลื่นความถี่ให้บริการไม่เพียงพอ ขณะที่เอกชน 4 รายผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 ร่วมรับฟัง-สาธิตการประมูล

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,863.43 จุด ลดลง 4.15 จุด หรือ -0.02%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนต.ค.ในช่วงค่ำวันนี้ตามเวลาไทย เพื่อจับสัญญาณแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

- ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 47.98 จุด หรือ 0.75% ที่ 6,364.90 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) โดยมีปัจจัยถ่วงจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเหมือง ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษได้แสดงความวิตกเกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมส่งสัญญาณตรึงดอกเบี้ยต่อไป

+ ดัชนีนิกเกอิปิดเพิ่มขึ้น 189.50 จุด หรือ +1.00% สู่ระดับ 19,116.41 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดในรอบเกือบ 6 สัปดาห์ เนื่องจากกระแสคาดการณ์ระลอกใหม่เกี่ยวกับการปรับขึ้น

อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐภายในสิ้นปีนี้ ได้ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเป็นปัจจัยบวกสำหรับหุ้นกลุ่มส่งออก

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนธ.ค.ร่วงลง 1.12 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 45.20 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว