วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังไม่ผ่าน 1420 จุด

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (29 ต.ค.- 4 พ.ย. 2558)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น DJIA +0.5%, DAX +0.1%, CAC ฝรั่งเศส +1.2% มีเพียง FTSE -0.4% ตอบรับเชิงบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาเชิงบวก หลังตัวเลข PMI ภาคการผลิตเดือน ต.ค.ของสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็น 54.1 จุด ทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. และการใช้จ่ายด้านก่อสร้าง เดือน ก.ย. +0.6% mom ทำระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวระหว่างสัปดาห์ทำให้กลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น แม้ว่าจะลดช่วงบวกลงหลังประธานเฟดส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (29 ต.ค.- 4 พ.ย. 2558)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 2.5% แม้ว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ต.ค.ของจีนจะหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 กดดันให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงก่อนในช่วงต้นสัปดาห์ อย่างไรก็ตามเมื่อธนาคารกลางจีนออกมาระบุว่าการซื้อขายหุ้นเชื่อมโยงระหว่างเซินเจิ้นและฮ่องกงจะเริ่มขึ้นในปีนี้ ทำให้กลุ่มหลักทรัพย์ขยับขึ้นเด่น รวมถึงประเด็นบวก หลังประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีนและ Ma Ying-jeou ของไต้หวันตกลงร่วมประชุมกัน ทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (29 ต.ค.-5 พ.ย. 2558)

SET INDEX ปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศการลงทุนในเอเชียและยุโรปที่เป็นบวก อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นเด่น เอื้อต่อภาวะการเก็งกำไรตลอดชั่วโมงการซื้อขาย โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมี นำโดย PTT แม้ว่าจะเกิดแรงขายทำกำไรเข้ามา รวมถึงการปรับตัวลงของกลุ่มรับเหมาก่อสร้างในช่วงปลายสัปดาห์ กดดัน SET INDEX ลดช่วงบวกลง ปิดที่ระดับ 1,413.16 จุด เพิ่มขึ้น 3.90 จุด หรือ +0.28% ณ วันที่ 4 พ.ย.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (6-12 พ.ย. 2558)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุน “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 2 พร้อมกับประเมินมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 4.0-4.5 หมื่นล้านบาท/วัน เพราะภาพตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นการแกว่งในกรอบแคบ แต่ขยับกรอบขึ้นเป็น 1,400-1,435 จุด จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่บริเวณ 1,385-1,415 จุด ทั้งนี้ downside risk เริ่มจำกัด เช่นเดียวกับ upside gain เนื่องจาก

     - ความกังวลต่อการประชุมเฟดในกลางเดือนธ.ค. ต่อโอกาสที่จะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ณ วันที่ 4 พ.ย. ตลาดประเมินโอกาส 58% จากก่อนหน้าที่ 50% ทำให้เม็ดเงินทุนต่างชาติ ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียเกิดใหม่ แต่ยังไม่กลับมาเป็นทิศทางของการขายเช่นกัน

     - ยังคงเป็นสัปดาห์ของการประกาศผลการดำเนินงาน 3Q58 ของบริษัทจดทะเบียน ไปจนถึงวันที่ 16 พ.ย. ซึ่งเหลือหุ้นขนาดใหญ่ที่สำคัญคือ PTT ประกาศงบวันที่ 12 พ.ย. ทั้งนี้ตลาดได้ปรับประมาณการกำไรใน 3Q58 ลงหลัง PTTEP ประกาศขาดทุนจากการตั้งด้อยค่าเงินลงทุน ทำให้เราเชื่อว่างบของ PTT ที่จะไม่ดี ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของ SET INDEX

     - ขณะที่การปรับดัชนี MSCI รอบ 6 เดือนครั้งนี้ เราประเมินว่าไม่มีหุ้นไทยเข้า-ออกจากการคำนวณในรอบนี้ ซึ่งจะประกาศในวันที่ 12 พ.ย. หรือ เช้าวันที่ 13 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย

กลยุทธ์การลงทุน เราคงคำแนะนำ “ขึ้นแรงขาย/ลงแรงซื้อ” หรือ Trading” เพราะภาพของ SET INDEX ที่ยังแกว่งอยู่ในกรอบ ประเด็นทั้งในและต่างประเทศ ยังขาดน้ำหนักที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางที่ชัดเจน การเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว กับ ประเด็นผลการดำเนินงาน น่าจะเป็นทางเลือกของการลงทุนในรอบสั้นนี้

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุม ครม. วันที่ 10 พ.ย. กระทรวงคมนาคม/กระทรวงการคลัง อาจนำเสนอโครงการ PPP บางโครงการ เสนอต่อครม. เพื่อพิจารณาและอนุมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการควบรวมกิจการระหว่าง BMCL และ BECL

2. ติดตามการประมูลคลื่น 4G ความถี่ย่าน 1800MHz ในวันที่ 11 พ.ย. อาจทำให้หุ้นหลักในกลุ่ม ICT มีความเด่น

3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะการจ้างงานของสหรัฐฯ/ผลผลิตภาคอุตฯ-GDP ของ อียู และ อังกฤษ/ภาวะการจ้างงาน ของอังกฤษ/ผลผลิตภาคอุตฯ-คำสั่งซื้อเครื่องจักร ของญี่ปุ่น/การส่งออก-นำเข้า ของจีน