โครงการโรงไฟฟ้าน้ำบาก 1 ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
ประเด็นการลงทุน
เราได้พูดคุยถึงแนวโน้มของบริษัทกับผู้บริหารของ CKP ซึ่งมองว่าครึ่งหลังของปี 2558 และปี 2559 นั้น การเติบโตมีแนวโน้มทรงตัวค่อนไปทางลบเนื่องจากไม่มีลงทุนในระยะสั้น โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานงานน้ำน้ำบาก1 (NB1) ต้องล่าช้าออกไปเนื่องจากยังคงอยู่ในช่วงศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ในขณะที่ครงการที่เหลืออยู่ได้แก่ โรงไฟฟ้า cogen บางปะอิน 2 (BIC2) และโครงการไซยะบุรี (XPCL) ยังคงดำเนินการก่อสร้างตามปกติ แม้ว่าเราจะค่อนข้างเชื่อมั่นว่าบริษัทสามารถที่ประสบความสำเร็จตามแผนการเข้าเป็นหุ้นส่วนกับสหกรณ์โซลาร์ฟาร์ม แต่บริษัทดูเหมือนยังลังเลและคาดว่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมแค่เพียง 2 โครงการในเฟสแรกเท่านั้น ทั้งนี้ จากมุมมองของเราต่อโครงการ NB1, การขาดปัจจัยกระตุ้นในระยะสั้นและอัตราการจ่ายปันผลต่อมูลค่าหุ้นที่น้อยทำให้เรา เราปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 2.30 บาท โดยปัจจุบันเรามองว่าหุ้นในกลุ่มสาธารณูปโภคตัวอื่นนั้นน่าสนใจกว่า โดยเรายังชื่นชอบ EGCO สำหรับกลุ่มพลังงานประเภท Conventional และชื่นชอบ TSE และ IFEC สำหรับกลุ่มพลังงานทดแทน
ประมาณการไตรมาส 3/58
เราคาด รายได้และกำไรสุทธิของ CKP ยังคงทรงตัว QoQ จาก การลดลงของรายได้ 5% YoY และ การลดลงของกำไรหลัก 7% YoY ในไตรมาส 3/58 ที่ 91 ล้านบาท เรามองว่าจุดที่ดีที่สุดของบริษัทในปี 2557 จากอุปสงค์ต่อพลังงานไฟฟ้าของโรงงาน BIC1 ที่ฟื้นตัวจากการปิดซ่อมบำรุงนอกแผนของลูกค้าของบริษัทในไตรมาส 1/58 นั้นได้ผ่านไปแล้ว
โครงการน้ำบาก 1 ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
แม้ว่า การเซ็นสัญญา MoU ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ NB1จะถูกยืดระยะเวลาออกไป ซึ่งน่าจะส่งผลให้การเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ตามแผนในปี 2561 นั้นล่าช้าออกไปด้วย เนื่องจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะขายไฟให้กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) และได้รับอัตราค่ารับซื้อไฟฟ้าที่ต่ำกว่าราคาเฉลื่ยของไทย บริษัทยังคงพยายามที่จะทำให้แน่ใจว่าผลตอบแทนจากโครงการดังกล่าวนั้นเพียงพอกับต้นทุนทางการเงินที่ 10% อย่างไรก็ตาม โครงการนั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้น เนื่องจากบริษัทยังคงพิจารณาต้นทุนของการก่อสร้าง โดยหากพิจารณาโครงการอื่นๆ ทั้ง BIC2 และ XPCL นั้นยังคงอยู่ในช่วงก่อสร้างตามปกติและคาดว่าจะสำเร็จในต้นปี 2560 และ 2561 ตามลำดับ กำไรสุทธิของ CKP ในปี 2560 นั้นคาดเติบโต 45% จากปี 2558 (จากโรงไฟฟ้า BIC2) และปี 2562 คาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด 172% (จากโรงไฟฟ้า XPCL)
อัพไซด์น้อยมากจากสหกรณ์โซลาร์ฟาร์ม
บริษัทชี้แจงว่า ได้เข้าเซ็นสัญญา MoU กับสหกรณ์ 2 แห่งในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายใต้แผนโซลาร์ฟาร์มระหว่างสหกรณ์และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาดไว้เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ผู้บริหารแจ้งกับเราว่า จำนวนของสหกรณ์ที่เข้ามาเป็นหุ้นส่วนกันนั้นไม่รวมอยู่ในจำนวนที่ประกาศในเฟสนี้ นอกจากนี้ เราคาด โครงการนี้มีกำไรสุทธิประมาณ 4.1 ล้านบาทต่อเมกกะวัตต์ (ส่วนแบ่งกำร 10%) จากราคาหุ้นที่เคลื่อนไหว 0.01 บาทต่อจำนวนเมกกะวัตต์ที่สูงขึ้นสำหรับ CKP เราจะทำอัพเดทข้อมูลอีกครั้งหลังกำหนดการสิ้นสุดในวันที่ 10 พ.ย. ซึ่งเราจะได้เห็นว่าใครที่เข้ามาเป็นผู้เล่นตัวจริงบ้างหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว






