สคร. ดันนโยบาย "4 เสา 9 เสร็จ" ปรับแผนเร่งรัฐวิสาหกิจลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามแผน PPP Fast Track ของภาครัฐ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยถึงแผนการทำงานของ สคร. ภายใน 1 ปีต่อจากนี้ จะอยู่ภายใต้นโยบาย " 4 เสา 9 เสร็จ" เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้กับรัฐวิสาหกิจสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในเสาที่ 1 คือ การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล มีงานที่ต้องทำให้เสร็จที่ 1 คือ เร่งการลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้ช่วยพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออก เสร็จที่ 2 คือ การเร่งลงทุนภาครัฐร่วมเอกชน หรือ พีพีพีฟาสต์แทร็ก เนื่องจากตอนนี้ภาคเอกชนมีสภาพคล่องส่วนเกิน 2.2 ล้านล้านบาท จะได้เงินมาลงทุนส่วนนี้
ในส่วนของเสาที่ 2 คือ การสร้างเสถียรภาพทางการคลัง มีงานที่ต้องทำให้เสร็จที่ 3 คือ การติดตามการส่งรายได้ภาคให้ได้ตามเป้าหมาย 1.2 แสนล้านบาท หรือเกินกว่าเป้าหมาย เพราะหากเก็บไม่ได้ตามเป้า ก็จะทำให้รายได้ของรัฐบาลลดลง เรื่องที่ต้องทำให้เสร็จที่ 4 คือ การจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดภาระงบประมาณและการกู้เงิน ซึ่งคาดว่าทำได้เสร็จภายในปีนี้ ซึ่งตามแผนของ สคร. จะนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนในโครงการพีพีพี
เสาที่ 3 คือ การสร้างความเข็มแข็งให้กับรัฐวิสาหกิจ มีเรื่องต้องทำให้เสร็จที่ 5 คือ การผลักดันกฎหมาย ร่างพ.ร.บ.การพัฒนาและกำกับดูแลและบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ ส่วนหนึ่งคือการตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ ซูปเปอร์โฮลดิ้ง ซึ่งจะเสนอโครงสร้างกฎหมายการจัดตั้งทั้งหมดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในสิ้นปีนี้ คาดว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า จะทำให้การกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเสร็จที่ 6 คือ การส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจมีความโปร่งใส ผลักดันให้รัฐวิสาหกิจนำระบบต้นทุนไปใช้ในการเปิดเผยข้อมูลกับสังคม โดยมีบริษัทการท่าอากาศยานไทย เป็นผู้นำร่อง และเสร็จที่ 7 คือ การสร้างความเข็มแข็งให้กับรัฐวิสาหกิจ การทำระบบกำกับและประเมินให้ดีขึ้น เนื่องจากรัฐวิสาหกิจมีสินทรัพย์รวมกันถึง 13 ล้านล้านบาท เท่ากับจีดีพีของประเทศ
สุดท้ายเสาที่ 4 เป็นเรื่องการบริหารภายใน พัฒนา สคร. ให้เข็มแข็ง มีเรื่องต้องทำให้เสร็จที่ 8 พัฒนา สคร. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ผลัดดันคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทำงาน และเสร็จที่ 9 สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้กับเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร
นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ให้เร่งดำเนินการพัฒนาวิสาหกิจของประเทศ โดยเฉพาะการเร่งการลงทุนแบบ PPP ซึ่งดำเนินการเสร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ยังให้เร่งตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ระหว่างการทำรายละเอียดจะเสร็จและออกมาได้ภายในสิ้นปีนี้






