วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

HMPRO - ซื้อ

ราคาหุ้นสะท้อนการเติบโตที่ชะลอตัวไปแล้ว

ประเด็นการลงทุน

เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2559 เป็น 9 บาท จาก 9.7 บาท ตามการปรับลดประมาณการกำไรอันเนื่องมาจากการปรับลดสมมติฐานการขยายสาขา อย่างไรก็ตามมูลค่าหุ้นในปัจจุบัน (PER ล่วงหน้า 12 เดือนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวอยู่ 0.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมายยังคงน่าสนใจ เราเชื่อว่าแนวโน้มการเติบโตของบริษัทน่าจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นจากการปรับกลยุทธ์สินค้าและสินค้าเฮ้าส์แบรนด์รวมถึงผลประกอบการที่ดีขึ้นต่อเนื่องของเมก้าโฮม เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

ยอดขายของสาขาเดิมชะลอตัวต่อเนื่อง

ยอดขายของสาขาเดิมหดตัว 3% ในไตรมาส 3/58 และ 1.9% ใน 9 เดือนแรกของปี 2558 สาขาในกรุงเทพฯ รายงานยอดขายของสาขาเดิมเติบโตน่าประทับใจที่ 4% แต่ยอดขายของสาขาต่างจังหวัด(คิดเป็น 60% ของยอดขายรวม) ยังคงหดตัวถึง 6-7% ตามกำลังซื้อที่ลดลงและการกินกันเองระหว่างสาขา หากไม่รวมผลกระทบจากการกินกันเอง ยอดขายของสาขาในต่างจังหวัดและยอดขายรวมน่าจะลดลง 4-5% และ 1-2% ตามลำดับ ทั้งนี้การฟื้นตัวน่าจะเห็นในไตรมาส 4/58 ผู้บริหารของบริษัทกล่าวว่า เริ่มเห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อในภาคใต้หลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว กอรปกับการกินกันเองที่ลดลงในเชียงใหม่และนครราชสีมา ดังนั้นเราคาดว่ายอดขายของสาขาเดิมในไตรมาส 4/58 น่าจะทรงตัวหรือหดตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ผู้บริหารคาด ยอดขายของสาขาเดิมน่าจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปีหน้า แต่เราคาดว่าการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากเราเชื่อว่าการกินกันเองจะยังคงมีอยู่ โดยสาขาใหม่ที่จะเปิดในปีหน้ามีแนวโน้มว่าจะอยู่ในพื้นที่ที่เป็นเมืองใหญ่ที่กำลังซื้อยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่โฮมโปรมีสาขาอยู่แล้ว

ขยายสาขาอย่างระมัดระวัง; ปรับลดผลประกอบการ

ในปีหน้าบริษัทวางแผนที่จะขยายสาขาโฮมโปรอีก 4-5 สาขาและเมก้าโฮมอีก 3-4 สาขาในประเทศไทย โดยการขยายสาขาโฮมโปรอย่างรวดเร็วถึง 8-10 สาขาอย่างในช่วงปี 2555-2557 ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกในระยะสั้น-กลางจากการบริโภคที่ยังคงหดตัวต่อเนื่อง ดังนั้น เราตั้งสมมติฐานให้ระมัดระวังมากขึ้นโดยปรับลดประมาณการการขยายสาขาของโฮมโปรในช่วงปี 2559-2563 เหลือเพียง 4 สาขาต่อปี จาก 6 สาขา ส่งผลให้ประมาณการกำไรถูกปรับลดลง 6% ในปี 2559 และ 8-10% ในปี 2560-2563

ขยายสาขาในต่างประเทศมากขึ้น

HMPRO ยืนยันว่าจะเปิดสาขาที่สองในมาเลเซียในปีหน้า โดยผลประกอบการของสาขาสองน่าจะดีกว่าสาขาแรก เนื่องจากรูปแบบร้านเป็นแบบ Standalone ซึ่งน่าจะดึงดูดการใช้จ่ายที่เป็นบิลใหญ่มากขึ้น ผลขาดทุนจากการดำเนินงานในมาเลเซียน่าจะค่อยๆลดลง นอกจากนี้บริษัทยังมองหาโอกาสที่จะเปิดสาขาของเมก้าโฮมในกลุ่มประเทศ CLMV และกัมพูชาน่าจะเป็นเป้าหมายแรก

อัตรากำไรน่าจะขยายตัวในครึ่งหลังของปี 2559

สัดส่วนของสินค้าเฮ้าส์แบรนด์อยู่ที่ 19.5% ใน 9 เดือนแรกของปี 2558 ลดลงจาก 20.5% ในปี 2557 จากการปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าใหม่ โดยบริษัทคาดสัดส่วนของสินค้าเฮ้าส์แบรนด์จะเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้งในช่วงกลางปี 2559 ดังนั้น อัตรากำไรน่าจะกลับมาขยายตัวและกลายเป็นปัจจัยสำคัญหนุนผลประกอบการตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2559 เป็นต้นไป