ผลประกอบการฟื้นตัวในปี 2559
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่าความคาดหวังต่อกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ของ SAMART SIM และ SAMTEL จะลดลงจากเดิม รวมถึงการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิสำหรับทั้งปี 2558-59 ของทั้งสามบริษัทลงจากเดิม แต่เราคิดว่าผลประกอบการของทั้งสามบริษัทมีแนวโน้มแตะจุดต่ำสุดในปี 2558 ก่อนที่จะฟื้นตัวแรงในปี 2559 โดยในปี 2559 เราคาดว่าผลกำไรสุทธิของ SAMART มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 28% YoY SAMTEL มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 32% YoY และ SIM มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 43% YoY เรามองว่าการที่ราคาหุ้นของ SAMART และ SAMTEL ปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมาจากข้อกล่าวหาในกรณีที่ SAMTEL ทำการติดตั้งอุปกรณ์วิทยุสื่อสารบนตึกใบหยกไม่ถูกต้องตามกฎหมายถือว่าปรับตัวลงแรงเกินไป เราเชื่อว่าท้ายที่สุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้ข้อสรุปว่า SAMTEL ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว ดังนั้นจึงน่าจะเป็นโอกาสสำหรับการเข้าเก็บสะสมหุ้นอีกครั้งถ้าราคาหุ้นอ่อนตัวลง เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ จากเหตุผลของการฟื้นตัวแรงของกำไรสุทธิในปี 2559 จาก SIM และ SAMTEL และอัพไซด์ในอนาคตจากโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินที่กัมพูชาและงานโครงการนำเอาสายไฟฟ้าบนดินลงใต้ดินของกฟน.
ส่องกล้องไตรมาส 3/58—SIM และบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นตัวฉุดกำไรของ SAMART
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ของ SAMART ที่ 220 ล้านบาท ลดลง37% YoY และ 20% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 3/58 ได้แก่ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาท และขาดทุนจากการขายหลักทรัพย์ 7 ล้านบาท กำไรหลักอยู่ที่ 232 ล้านบาท ลดลง 21% YoY และ 20% QoQ กำไรหลักของ SAMART ที่ลดลง YoY เนื่องจากกำไรหลักที่ลดลงของ SIM OTO และของบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนอีก 4 บริษัทซึ่งได้แก่ โรงไฟฟ้ากัมปอต (KPP) สามารถเอ็นจิเนียริ่ง (SE) วิชั่นแอนด์เซ็คเคียวริตี้ (VSS) และสามารถยูทรานส์ (SUT) ซึ่งกลบผลกระทบของกำไรหลักที่เพิ่มขึ้นของ SAMTEL และวิทยุการบินที่เขมร (CATS) โดยภาพรวม SIM ยังคงฉุดผลประกอบการรวมของ SAMART สำหรับในไตรมาสนี้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าที่ 4)
ปรับประมาณการกำไรสุทธิของ SIM SAMTEL และ SAMART ลดลงอีก
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของ SAMART ลงอีก 19% สำหรับในปี 2558 (เหลือ 1.05 พันล้านบาท) และลงอีก 10% สำหรับในปี 2559 (เหลือ 1.34 พันล้านบาท) เพื่อสะท้อนการปรับลดกำไรสุทธิของ SIM (ปรับลดลง 46% ในปี 2558 และ 34% ในปี 2559) และ SAMTEL (ปรับลดลง 24% ในปี 2558 และ 16% ในปี 2559) เราปรับลด
สมมติฐานปริมาณยอดขายเครื่องโทรศัพท์ของ SIM ลดลงจากเดิมในช่วงปี 2558-59 (ปรับลดลงจาก 3.5 ล้านเครื่องเหลือ 3.2 ล้านเครื่องสำหรับในปี 2558) รวมถึงปรับลดรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นของ SAMTEL ลงจากเดิมสำหรับในปี 2558-59 (เนื่องจากมาร์จิ้นที่ลดลงของงานโครงการใหม่) เราปรับเปลี่ยนไปใช้ราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี sum-of-its-parts เป็น ณ สิ้นปี 2559 แทนและได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 30.50 บาท (โดยอิงกับราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2559 ของ SIM ที่ 1.40 บาท SAMTEL ที่ 24 บาท และ OTO ที่ 7.50 บาท)
คำชี้แจงที่ชัดเจนมากขึ้นในกรณีของ SAMTEL
สำหรับกรณีข้อกล่าวหาที่ว่า SAMTEL ทำการติดตั้งอุปกรณ์วิทยุสื่อสารผิดกฎหมายบนตึกใบหยก 2ผู้บริหารของ SAMART ชี้แจงและยืนยันว่าบริษัทได้รับใบงานให้ทำการติดตั้งจากกรมตำรวจและได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์วิทยุสื่อสารดังกล่าวเสร็จสิ้นตามจำนวนที่ได้รับมอบหมายให้ติดตั้งในใบงานหรือตามจำนวนที่ได้รับคำสั่งมา บริษัทได้เข้าไปแสดงหลักฐาน ชี้แจง รวมถึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว เราคาดว่าขั้นตอนและขบวนการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวมีแนวโน้มชัดเจนและคืบหน้าก่อนสิ้นปี 2558 ผู้บริหารของ SAMART ยังชี้แจงอีกด้วยว่างานโครงการระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลแอ็ปโก้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมูลค่า 3.4 พันล้านบาทที่ SAMTEL ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะการประมูลไปแล้ว และกำลังรอเข้าครม. ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีข้อกล่าวหาข้างต้นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่อย่างใดและจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากกรณีข้อกล่าวหาข้างต้น เราคาดว่างานโครงการระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลแอ็ปโก้มีแนวโน้มที่จะเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการได้ภายหลังจากการตรวจสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในประเด็นข้อกล่าวหาข้างต้นเสร็จสิ้นและได้ข้อสรุป






