Daily Market Outlook (4 พ.ย.58)

Daily Market Outlook (4 พ.ย.58)

ภาพรวมเริ่มดีขึ้น

คาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้น จากปัจจัยที่เป็นบวกทั้งในและนอกประเทศ ภายในประเทศ มาตรการของรัฐบาลที่ครม.อนุมัติเมื่อวาน ได้แก่ มาตรการสนับสนุนทางภาษี และมาตรการเตรียมพร้อมสำหรับรับมือ EU กรณีประมงผิดกฎหมาย น่าจะเสริมสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น ในต่างประเทศผลประกอบการบริษัทของสหรัฐที่ดีกว่าคาดโดยรวม ทำให้นักลงทุนกลับมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ในขณะที่การประชุม กนง.วันนี้ ธปท.น่าจะคงดอกเบี้ยไม่น่ามีผลต่อตลาด


หุ้นเด่นวันนี้: HMPRO (ราคาปิด 7.20 บาท; NR; Bloomberg 8.15 บาท)

บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัยในประเทศไทย มีสาขาที่เปิดดำเนินการภายใต้แบรนด์โฮมโปร 76 สาขาทั่วประเทศ, ภายใต้แบรนด์เมกาโฮม 6 สาขาและหนึ่งสาขาในประเทศมาเลเซีย ในปีนี้ บริษัทได้เปิดสาขาใหม่แล้วทั้งหมด 7 สาขาและจะเปิดอีกหนึ่งสาขาที่เขตอรัญประเทศในวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งจะรับรู้รายได้เต็มปีในปี 59 เป็นปีแรก แม้ว่าการใช้จ่ายอุปโภคบริโภคในต่างจังหวัดจะยังคงอ่อนกำลัง แต่บริษัทยังมีกำไรในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 58 เติบโตได้ 3%YoY สำหรับไตรมาส 4/58 คาดว่าผลประกอบการจะมีแนวโน้มที่ดีโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากงานโฮมโปร เอ็กซ์โป ที่จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 13-22 พ.ย. และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ดีขึ้นจากแผนกระตุ้นกำลังซื้อของผู้มีรายได้น้อยและแผนกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ตามประมาณการของBloomberg consensus คาดว่ากำไรบริษัทปีนี้จะเติบโตเล็กน้อยที่ 4% แต่จะเร่งตัวเป็น 15% ในปี 59 สำหรับ Price Pattern ของ HMPRO เกิดสัญญาณทั้งในรายวันและรายสัปดาห์ และหากสามารถปิดตลาดรายเดือนในเดือนนี้ที่ 7.30 บาทได้ ก็จะทำให้กลับมาเกิดสัญญาณซื้อในรายเดือนด้วยเช่นกัน ซึ่งบ่งบอกว่า Price Pattern ของ HMPRO จากนี้ไปน่าจะเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ในระยะสั้น ราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปเพื่อทดสอบเป้าหมายแรกที่ 7.50 บาท ก่อนทดสอบเป้าหมายเป้าหมายถัดไปที่ 7.90 บาท (แนวต้าน: 7.25, 7.35, 7.40; แนวรับ: 7.15, 7.10, 7.00)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• กองทุนหมู่บ้านและเงินกู้ SME อุปสงค์แข็งแกร่ง มีการขอเงินกู้ราว 80% ของเงินกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่น ลบ. ภายใต้มาตรการที่ออกมาใหม่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองกล่าวว่า 63% ของเงินกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่น ลบ. ปลอดดอกเบี้ยได้รับการอนุมัติแล้ว นอกจากที่ 1 ใน 3 ของเงินให้กู้ดอกเบี้ยต่ำ 1 แสน ลบ. ได้ถูกปล่อยกู้ออกไปแล้ว (Bangkok Post)

• สิทธิประโยชน์ภาษีใหม่จูงใจลงทุน วานนี้ ครม.ได้ผ่านมาตรการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เสนอโดย ก.คลังเพื่อจูงใจและเร่งการลงทุนภาคเอกชน โดยจะมีสิทธิพิเศษให้แก่โครงการที่เริ่มลงทุนเร็วที่ยังไม่เคยยื่นบีโอไอ เดือนที่แล้ว ครม.ได้เห็นชอบสิทธิประโยชน์จากการลงทุนที่ได้ยื่นคำขอต่อบีโอไอระหว่าง ม.ค. 57 ถึง มิ.ย. 59 แต่สิทธิพิเศษใหม่นี้จะมุ่งกระตุ้นการลงทุนในช่วง ต.ค. 58 ถึง มี.ค. 59 (Bangkok Post)

• เริ่มมีประเด็นกระทบการประมูลสัปดาห์หน้า บมจ.กสท. โทรคมนาคม ได้หาความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการฟ้อง กสทช.เรื่องการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ ปัจจุบันการประมูลถูกกำหนดไว้ที่พุธหน้าอยู่ (Bangkok Post)

• มาตรการแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย เมื่อวันอังคาร คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการจัดการการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) ตามกำหนดการของอียูภายในเดือน ธ.ค. มาตรการใหม่เป็นแผนควบคุมชาวประมงให้ถูกกฎหมายและให้การดำเนินธุรกิจประมงเป็นไปตามมาตรฐานของอียูเพื่อลดความเป็นไปได้ที่อียูจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่อไทย (Bangkok Post)

• S (7.25 บ,) บมจ. สิงห์เอสเตท ตั้งงบประมาณสำหรับการเข้าซื้อและควบรวมกิจการ (M&A) ในปีหน้าไว้อยู่ที่ 1.5 หมื่นลบ. ต่อเนื่องจากปีนี้ซึ่งอยู่ที่ 1.2 หมื่นลบ. เพื่อจะเข้าซื้อโรงแรมและอาคารสำนักงานทั้งในและต่างประเทศ โดยล่าสุด S เซ็นสัญญาร่วมทุน (Joint venture) กับ Figo Group ที่จะเข้าซื้อกิจการโรงแรมของ Jupiter Hotel ซึ่งเป็นเจ้าของและบริหารโรงแรม 26 แห่งในอังกฤษด้วยจำนวนห้องพัก 2,883 ห้อง คิดเป็นมูลค่าการเข้าซื้อราว 155 ล้านปอนด์ (8.5 พันลบ.) จากRoyal Bank of Scotland และพาร์ทเนอร์ ทั้งนี้ S ประเมินรายได้ต่อปีไว้ที่ 16 ล้านปอนด์ ซึ่งจะคืนทุนได้ภายใน 10 ปีข้างหน้า (The Nation/ Bangkok Post)

ต่างประเทศ:

• มีความต้องการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้น นักลงทุนมีความกระหายที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น โดยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2-10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีซึ่งใช้เป็นอัตราอ้างอิงไต่ขึ้นระดับสูงสุดในรอบ 1.5 เดือนอยู่ที่ 2.225% เมื่อคืน (Reuters)

• การลงทุนทั่วโลกเริ่มไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นในตลาดเอเชียอีกครั้ง หลังจากการเทขายอย่างหนักเนื่องจากการประเมินมูลค่าหุ้นต่ำ สกุลเงินต่างๆ อ่อนค่าลงและตลาดส่งออกที่ดีขึ้นกระตุ้นความสนใจให้นักลงทุนกลับเข้ามาลงทุน นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าจีนจะสามารถหลีกเลี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจดิ่งลงเนื่องจากธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนปรน ตลาดเกิดใหม่กำลังแสดงสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับการกลับมาของการไหลเข้าของเงินทุนจากกองทุนต่างประเทศเกินกว่า 3 สัปดาห์ในเดือนต.ค. นำโดยตลาดเอเชีย นักลงทุนต่างชาติได้ซื้อหุ้นจำนวน 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเอเชีย ยกเว้นจีนและมาเลเซียในเดือนต.ค. เทียบกับการเทขายจำนวน 2.3 หมื่นล้นดอลลาร์สหรัฐในช่วง 4 เดือนก่อนหน้า (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น อัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้สหรัฐปรับตัวขึ้นรองรับดอลลาร์สหรัฐซึ่งไต่สู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 วันอยู่ที่ 121.06 เยน ส่วนเงินยูโรแทบไม่เปลี่ยนแปลงโดยอยู่ที่ 1.0966 ดอลลาร์สหรัฐหลังจากอ่อนค่าลง 0.5% เมื่อคืน (Reuters)

• ตลาดกำลังรอรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ และรอดูว่าข้อมูลดังกล่าวจะสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนธ.ค. หรือไม่ (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีหุ้นในตลาดวอลล์สตรีทยังเริ่มต้นเป็นบวกในเดือนพ.ย. เมื่อวันอังคาร หลังจากการประกาศผลการดำเนินงานรายเดือนดีที่สุดในช่วง 4 ปีในเดือนต.ค. กลุ่มบ.เทคโนโลยีรายใหญ่และกลุ่มพลังงานนำตลาดขึ้นและดัชนี NASDAQ 100 ทำสถิติแตะระดับสูงสุด (Reuters)

• บริษัทต่างๆ ในสหรัฐประกาศผลการดำเนินงานรายไตรมาส 3/58 แข็งแกร่งกว่าที่คาด จากบริษัททั้งหมดจำนวน 379 บริษัทที่ใช้ในการคำนวณดัชนี S&P 500 มีถึง 70% ที่เอาชนะตัวเลขประมาณการกำไรจากนักวิเคราะห์ได้ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีประมาณ 63% จากข้อมูล I/B/E/S ของทอมสัน รอยเตอร์ส (Reuters)

• ยอดการสั่งซื้อใหม่ของโรงงานในสหรัฐลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกันในเดือนก.ย. เนื่องจากภาคการผลิตยังคงต้องดิ้นรนต่อสู้กับดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นและการตัดค่าใช้จ่ายจำนวนมากของบริษัทในกลุ่มพลังงาน ยอดการสั่งซื้อสำหรับสินค้าที่ผลิตสำเร็จลดลง 1.0% หลังจากที่ลดลง 2.1% (ตัวเลขปรับปรุงแล้ว) ในเดือนส.ค. (Reuters)

• ยอดขายรถยนต์ในสหรัฐเพิ่มขึ้น 13.6% YoY ในเดือนต.ค. อยู่ที่ 18.24 ล้านคันต่อปี สูงสุดนับแต่ปี 2544 จากข้อมูลของ Autodata Corp. ทั้งนี้ ยอดขายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 18.17 ล้านคันต่อปีในเดือนก.ย. (Reuters)


ยุโรป:

• หุ้นยุโรปดีดตัวกลับมาปิดบวกในวันอังคารหลังจากเปิดตลาดร่วง การปรับตัวขึ้นของหุ้นสหรัฐช่วยให้หุ้นยุโรปฟื้นตัวเมื่อวาน ตลาดโดนกดดันอย่างหนักจากผลกำไรอ่อนแอของ Standard Chartered ร่วงหนักจากข่าวการเพิ่มทุน 5.1 พันล้าน ดอลลาร์ และปลดพนักงาน 15,000 ตำแหน่งภายในปี 2018 หุ้น Volkswagenร่วงต่อจากกรณีฉ้อฉลเรื่องไอเสีย ที่ลามไปที่รถยี่ห้อดังในกลุ่ม คือ Porsche และ Audi (Reuters)

• ECB จะทบทวนมาตรการกระตุ้นทางการเงินที่ผ่านมาในการประชุมเดือน ธ.ค. และพร้อมที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมทันทีหากจำเป็น นายมาริโอ้ ดรากี ประธาน ECB กล่าวในวันอังคาร(Reuters)

เอเชีย:

• IPO ของบริษัทไปรษณีย์ญี่ปุ่น และบริษัทลูกมีการจองซื้อท่วมท้นมากกว่า 5 เท่าตัว นับเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ของญี่ปุ่น Japan Post Holdings และบริษัทลูกอีกสองแห่ง คือ Japan Post Insurance และ Japan Post Bank จะเริ่มทำการซื้อขายตั้งแต่วันนี้เป็นวันแรก เป็นเงินที่ระดมได้จาก IPO ครั้งนี้มากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน (Reuters)

• ผู้นำไต้หวันและจีนจะประชุมนัดประวัติศาสตร์ ประธานาธิบดีจีน ซิจินปิง จะประชุมกับประธานาธิบดีไต้หวัน มายิงจู โดยมีสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพในวันเสาร์ นับเป็นการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายสิ้นสุดลงในปี 1949 วัตถุประสงค์ของการประชุมเพื่อจะสร้างสันติภาพระหว่างทั้ง 2 ประเทศ(Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ทองถูกกดดันจาก Fedทองคำตลาดจรร่วง 16.14 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 1.42% มาอยู่ที่ 1,117.21 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เป็นการร่วงติดต่อกันเป็นวันที่ห้าเนื่องจากโลหะมีค่าถูกกดดันโดยดอลลาร์ที่แข็งค่าและการคาดการณ์เป็นการทั่วไปว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย (Reuters)

• อุปทานหนุนราคาน้ำมันขึ้น จากปัจจัยต่างๆ ที่กดดันอุปทานน้ำมัน ตั้งแต่ท่อส่งน้ำมันหลักขัดข้อง แรงงานประท้วงในบราซิล ไปจนถึงการปิดท่าส่งออกในลิเบีย ทำให้น้ำมันปรับตัวขึ้นในวันนี้ NYMEX บวก 1.76 ดอลลาร์หรือ 3.8% ปิดที่ 47.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล Brent บวก 1.75 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 3.6% ปิดที่ 50.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)