เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ผันผวนเชิงบวกกรอบ 1400-1430
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มขยับขึ้นได้ต่อในกรอบจำกัด โดยได้ปัจจัยหนุนจากภาวะตลาดหุ้นในเอเชียที่ส่วนใหญ่ฟื้นตัวขึ้นในวันนี้ ประกอบกับนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางของหลายประเทศโดยเฉพาะยุโรปจะเพิ่มนโยบายผ่อนคลายทางการเงินในปีนี้ และนักลงทุนให้ความสนใจกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของอเมริกาที่เห็นจากตัวเลขภาคอุตสาหกรรมการผลิตในสัปดาห์นี้ จึงส่งผลให้มีสภาพคล่องคอยหนุนตลาดหุ้นไทยให้ทรงตัวได้ดีอยู่
แนวรับ/แนวต้าน : 1400/1430 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เน้นเล่นสั้น เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
นักลงทุนระยะสั้น : TPIPL (3), BA (23)
TPIPL (3) เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานใช้ได้ ปีหน้าน่าจะมีงานโรงไฟฟ้าขยะสูงถึง 200 mega watt ส่งผลให้กำไรโตไม่ต่ำกว่า 30% ปีหน้า ส่วนปีนี้รายได้มีโอกาสทำได้ดีมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม upside ปัจจุบันมีอยู่เพียง 12% เพราะราคาเป้าหมายอยู่ที่ 3 บาท กลยุทธ์สำหรับตัวนี้ ถ้าติดที่ต่ำกว่า 3 บาทไม่ต้องกลัว ถือต่อได้และถ้าใกล้ 3 บาทก็ขายออกไปได้เลยหรือซื้อถัวใกล้ๆ 2.40 บาทได้นะครับ
BA (23) เป็นอีกตัวที่เหมาะไว้เล่นสั้น ราคาเป้าหมาย 23 บาท พื้นฐานใช้ได้เพราะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลงในไตรมาส 4 และจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีแล้ว นอกจากนี้รายได้จากเงินปันผลจาก BDMS เพิ่มขึ้น 10% แล้วตั้งแต่ต้นปีและ Q4 กำลังเข้าช่วง High season ด้วย คำแนะนำซื้อบริเวณ 19.50 บาท ขายอีกทีใกล้ 23 บาท
นักลงทุนระยะยาว : KCE (69), CK (32)
KCE (69) (1)กำลังปิดโรงงานลาดกระบังเก่า กำลังการผลิต 600,000 ตร.ฟุตต่อเดือนเพื่อย้ายไปโรงงานใหม่ ทำให้ save costs ได้ 30 ล้านบาทต่อไตรมาส เสร็จปลายปีนี้ เริ่มมีประโยชน์ชัดเจน ต้นปีหน้าโรงงานใหม่ Phasel เปิดแล้วเมื่อต้นปีคาดว่าปลายปีเต็ม มีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย เป็น Phase ที่มีอนาคตไกล (2)อุตสาหกรรม PCB ในรถยนต์ดี มีแนวโน้มเติบโตดีอยู่ โดย cost electronics ต่อรถยนต์มีแนวโน้มจะเพิ่มจาก 30% ไป 50% ภายในปี 2020 (3)โรงงาน phase 2 เต็มแล้ว ดีมานด์ชัดเจนต่อเนื่อง (4)โรงงานใหม่ phase 3 จะเปิด Q3 ปี 2016 (5)earnings Q2 นิวไฮ Q3 นิวไฮอีก มาร์จิ้นดี เพราะโรงงานใหม่ phase 1&2 ที่ลาดกระบังมีประสิทธิภาพดี (6)earnings CAGR 22% 3ปี ถึงปี 2017 สูงสุดในกลุ่ม electronics (7)จุดแข็งคือมี margin สูงสุดในโลก เมื่อเทียบกับผู้ผลิต PCB ทั้งหมด เพราะลด cost โดยการผลิต raw materials เช่น software & laminate เอง (8)P/E ปี 2016 12.7x อุตสาหกรรม 15x ถือว่า KCE ยังถูกอยู่
CK (32) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปีหน้า (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL น่าจะอนุมัติเดือน พ.ย.นี้ (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการลูก บริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปีหน้า (4)Q3 & Q4 sale & earnings ไม่ค่อยดี โครงการ mega projects ประมูลชนะปีนี้เริ่มทำปีหน้า ช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษี เร่งเอกชนลงทุน เว้นภาษีนิติบุคคลให้เพิ่มสูงสุด 8 ปีสำหรับธุรกิจที่ลงทุนภายในเดือน มิ.ย. 2559 ส่วนธุรกิจที่ไม่ได้รับบีโอไอสามารถขอหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า พร้อมเห็นชอบ "พีพีพี ฟาสต์แทรค" ดัน 6 โครงการ 3.47 แสนล้านบาท ขณะ "อาคม" เตรียมเสนอไฮสปีดเทรน "กทม.-ระยอง" และ "กทม.-หัวหิน" เข้าพีพีพี
+ ครม.เคาะขยายเวลา ลดภาษีผู้ลงทุนใน แอลทีเอฟ ต่อไปอีก 3 ปีสิ้นสุดปี 2562 ปรับระยะเวลาการถือครองเป็น 7 ปี จากเดิม 5 ปี ธปท.ระบุควรทำเป็นมาตรการระยะสั้น หวั่นกระทบฐานรายได้รัฐ และไม่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ครม.เห็นชอบปรับสัดส่วนลงทุน กบข.ให้ลงทุนในต่างประเทศได้ 30% และลงทุนในอสังหาฯได้ 12% ด้าน บลจ. พอใจรัฐยืดอายุสิทธิภาษี "แอลทีเอฟ" ออกไปอีก 3 ปี มั่นใจปรับเงื่อนไขลงทุนเป็น 7 ปีปฏิทินไม่กระทบ เหตุผู้ลงทุนส่วนใหญ่ถือยาว
+ ตลาดเงินลุ้นเศรษฐกิจไทยปีหน้าฟื้น แบงก์เคาะแผนระดมเงินฝาก-ปล่อยกู้รับแนวโน้มสินเชื่อปี 59 โตตามจีดีพี นายแบงก์มองธุรกิจ "ก่อสร้าง-ปิโตรเคมี-ท่องเที่ยว-พลังงานอสังหาฯ" ยังมีแนวโน้มดี เสียงแตกมองทิศทางอัตราดอกเบี้ยปีหน้า แต่ส่วนใหญ่เชื่อ "ปรับขึ้น" จับตาแบงก์รัฐตุนเงินรอปล่อยกู้ "กรุงไทย" เตรียมออกเงินฝากประจำ 5 เดือนและ 9 เดือนภายใน พ.ย. นี้
+ ไทยลุ้นเป็นเจ้าภาพประชุมสภาท่องเที่ยวโลกปี 60 ยื่นบิดดิ้งกลางเดือน พ.ย.นี้ หลัง ครม.ไฟเขียวงบ 100 ล้านบาทนำร่อง ชี้เป็นการยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่นานาชาติ เหตุผู้ร่วมงานล้วนเป็นภาคเอกชนเจ้าของ-ซีอีโอสุดยอดผู้นำธุรกิจท่องเที่ยวระดับโลก ด้านศูนย์ประชุม-โรงแรม หนุนเต็มที่ เผยเป็นการกู้ภาพลักษณ์และโชว์ศักยภาพในการรองรับ ส่วนทีเส็บยันพร้อมลุยเต็มที่
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,918.15 จุด เพิ่มขึ้น 89.39 จุด หรือ +0.50%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองแร่ หลังจากราคาคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งรวมถึงน้ำมันและโลหะปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและจับตาผลประกอบการบริษัทเอกชน หลังจากบริษัทอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (AIG) เปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 3
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดเพิ่มขึ้น 21.81 จุด หรือ 0.34% ที่ 6,383.61 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้น
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 1.76 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ปิดที่ 47.90 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากรายงานที่ว่า บริษัทกลั่นน้ำมันในสหรัฐได้ชะลอการผลิตลงในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่า สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่แล้ว









