ตั้งเป้าผลประกอบการอย่างระมัดระวัง
ประเด็นการลงทุน
เราได้เข้าร่วมประชุมกับ KBANK เมื่อวานนี้ คุณปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ KBANK แถลงการณ์แนวโน้มปี 2559 ในเชิงระมัดระวัง โดยมองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้า รวมทั้งมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เราปรับอัตราการตั้งสํารองค่าเผื่อหนี้สูญฯต่อสินเชื่อรวมของธนาคารจาก 150bps ในปี 2558 และ 110bps ในปี 2559 มาอยู่ที่ราว 170 bps ในปี 2558 และ 2559 เพื่อสอดคล้องกับธนาคาร ทั้งนี้เราได้ปรับประมาณการกำไรหลักลง 5% ในปี 2558 มาอยู่ที่ 4.05 หมื่นล้านบาท และ 11% ในปี 2559 มาอยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาทจากการปรับอัตราการตั้งสํารองหนี้สูญฯต่อสินเชื่อรวมข้างต้น อย่างไรก็ตามเรายังคงแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจาก 1)กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวดีเมื่อสภาพเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะปกติกลางปีหน้า และ 2) ราคาน่าสนใจที่ระดับ PBV ณ สิ้นปี 2559 ที่ 1.2 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.5 เท่า
KBANK ตั้งเป้าสินเชื่อปี 2559 เติบโต 6-7% มีปัจจัยสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อย
ผู้บริหารมองจีดีพีปี 2559 เติบโต 3.2% หลังคาดว่าปี 2558 จะเติบโตขึ้น 2.8% ทั้งนี้ความคาดหมายจีดีพีปี 2559 ที่ดีขึ้นส่งผลให้ KBANK ตั้งเป้าสินเชื่อปี 2559เติบโต 6-7% (จากที่คาดหมายไว้ 6% ของปีนี้) โดยผู้บริหารแนะการเติบโตของสินเชื่อประกอบไปด้วย การเติบโตมาจากสินเชื่อบรรษัทประมาณ 4-6% ของ SME ที่ 5-7% และ 5-7% ของรายย่อย เราคาดว่าสินเชื่อของบรรษัทและ SME ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร พลังงาน การส่งออก และค้าปลีก จะหนุนการเติบโตของสินเชื่อรวมตั้งแต่ไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป ซึ่งประมาณการของเราสันนิษฐานว่าสินเชื่อจะเติบโต 6% ในปี 2558 และ 7% ในปี 2559
ผลประกอบการปี 2559 มีแนวโน้มระมัดระวัง
KBANK แนะว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตประมาณ 10% ต้นๆในปีนี้ และจะปรับเป็นราว 10% ในปี 2559 (ใกล้เคียงกับประมาณการของเรา) ในขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยตั้งเป้าอยู่ที 3.5-3.7% ในปี 2558 และ 3.4-3.6%ในปี 2559 (ประมาณการของเราอยู่ที่ 3.5% ในปีนี้ และ 3.6% ในปีหน้า) ส่วนอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 45-47% ในปี 2558 และ 2559 (ประมาณการของเราอยู่ที่ 47% ทั้ง 2 ปี) ทั้งนี้สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมมีแนวโน้มปรับขึ้นไปอยู่ที่ราว 2.8% ณ สิ้นปี 2558 และ 3.5-3.6% ณ สิ้นปี 2559 โดย KBANK จะปรับการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯขึ้นประมาณ 170 bps ของสินเชื่อในปี 2558 และ 2559
เพื่อสะท้อนภาพเศรษฐกืจที่ชะลอตัว เราจึงปรับอัตราการตั้งสํารองหนี้สูญฯต่อสินเชื่อรวมมาอยู่ที่ 170bps ในปี 2558 จากเดิมอยู่ที่ 150bps และ 163bps ในปี 2559 จากเดิมอยู่ที่ 110bps ซึ่งเป็นผลให้เราปรับประมาณการกำไรปี 2558 ลง 5% มาอยู่ที่ 4.05 หมื่นล้านบาท และ ปี 2559 ลง 11% มาอยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาท
อาจมีอัพไซด์เพิ่มต่อประมาณการปี 2559 ของเรา
เราเชื่อว่า KBANK จะมีสินเชื่อที่เติบโตและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าคาดได้หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วกว่าที่เราคาดไว้ในปี 2559 ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมปรับสูงขึ้นกว่า 10% ในปี 2559 เนื่องจาก KBANK มีความชำนาญในการให้สินเชื่อ SME และ รายย่อย เราประเมินรายได้ค่าธรรมเนียมจะปรับตัวสูงขึ้น 13% ในปี 2558 และ 11% ในปี 2559 พร้อมกันนี้โปรแกรม “K-transformation” จะสิ้นสุดลงในปีนี้ ซึ่งหมายความว่าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะลดลงอย่างมากตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป (อาจเป็นอัพไซด์ต่อผลประกอบการ KBANK ในปี 2560) ทั้งนี้ อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพยเสี่ยง ณ สิ้นเดือน ก.ย. อยู่ที่ 17.1% (13.8% อยู่ในหมวดเงินกองทุนขั้นที่1) เราจึงมองว่ายังธนาคารยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนใน 2-3 ปีนี้








