วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนะ ซื้อ ROBINS

Trading Idea ประจำสัปดาห์นี้ เราแนะนำ ROBINS ของบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน)

ซึ่งเป็นหุ้นค้าปลีกที่จะได้ประโยชน์จากอำนาจซื้อของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า และ SME ล่าสุดของรัฐบาล 

ROBINS มีสาขาทั่วประเทศ 39 สาขา และในเวียดนามอีก 2 สาขา และในช่วงหลัง มีการขยายพื้นที่ให้เช่าในสาขามาตลอด โดยปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YOY) จำนวนพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้น 32% มาอยู่ที่กว่า 300,000 ตร.ม. และในไตรมาส 3 ROBINS จะเปิด Lifestyle center อีก 3 แห่ง ที่บุรีรัมย์ แม่สอด และศรีสมาน ซึ่งจำนวนพื้นที่นี้จะสร้างรายได้ค่าเช่าให้กับ ROBINS เต็มปีในปีหน้า

ด้าน Bloomberg consensus ได้คาดการณ์ การเติบโตของกำไร (EPS Growth) ของ ROBINS ไว้ที่ 12% ในปีนี้ และ 16% ในปีหน้า และอาจโตมากกว่านี้ หากเศรษฐกิจดีขึ้นมากส่วนในด้านเทคนิค อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เนื่องจาก เริ่มมีสัญญาณซื้อรายวัน และรายสัปดาห์ และมีแรงซื้อเข้ามาพอสมควร ทางเทคนิคราคาเป้าหมายอยู่ที่ 42.75 บาท ก่อนที่จะขึ้นไปที่ 46.25 บาทส่วนราคาเป้าหมาย Bloombergconsensus ปีนี้อยู่ที่ 50.25 บาท

ด้านปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้ต้องติดตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันพุธนี้ ซึ่งตลาดคาดว่า น่าคงอัตราดอกเบี้ย เพราะตลาดยังต้องการนโยบายการผ่อนคลายทางการเงินต่อไปและธนาคารกลางต่างๆ กำลังพิจารณาในการออกหรือไม่ออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน จึงส่งผลให้ตลาดผันผวน

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ สำหรับสหรัฐความกังวลเรื่องเพดานหนี้ (Debt ceiling) และเรื่อง หน่วยงานรัฐบาลที่อาจต้องปิดตัว (Government shutdown) น่าจะหมดไปโดยสิ้นเชิง หลังจากสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ที่จะขยายเพดานหนี้ไปถึงเดือนก.ย. ปี 2560 และเพิ่มงบประมาณรายจ่ายให้อีก 80,000 ล้าน USD ทำให้ความเสี่ยงในการจะเกิดปัญหาการสดุดด้านการคลังอันเป็นผลจากความขัดแย้งในรัฐสภาของสหรัฐ (Fiscal cliff) นั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นในปีนี้อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับมีความกังวลเรื่องการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปลายปีนี้ หลังจากการประชุมครั้งที่ผ่านมาประธาน Fed ได้ส่งสัญญาณความเป็นไปได้ว่ายังจะเกิดขึ้นได้ทำให้เม็ดเงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่อีกรอบอย่างไรก็ตามหาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยจริง อาจไม่กระทบตลาดหุ้นไทยมากนัก เพราะเงินไหลออกไปมากแล้วจนเหลือยอดซื้อสุทธิ (Net buy) จากต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาทเท่านั้น

นอกจากนี้ ในเอเชีย ต้องติดตามผลการประชุมผู้นำสูงสุด (Summit) ครั้งที่ 6 ของ จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยที่คาดว่าจะมีการหารือในประเด็นสำคัญต่างๆ เฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งในการอ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์มีการบรรลุข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 3 ประเทศนี้เพิ่มขึ้นในเรื่องของเศรษฐกิจ และที่สำคัญจะมีการตกลงในเรื่องเขตการค้าเสรีภายใต้กรอบสนธิสัญญาRegional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) ซึ่งจีนเป็นหัวเรือใหญ่ อันเป็นคู่แข่งของสนธิสัญญาTrans-Pacific Partnership (TPP) ที่สหรัฐเป็นหัวเรือใหญ่ ซึ่งประเทศไทยไม่ได้มีส่วนใน TPP น่าจะได้ประโยชน์จาก RCEP มาทดแทน และติดตามการไปเยือนเกาหลี สิงคโปร์ และมาเลเซีย ของนายกรัฐมนตรีจีน

สัปดาห์นี้ยังมองว่าตลาดยังคงผันผวน มองกรอบ SET Index ที่ 1,378-1,421 จุด