ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี คาด กนง.คงดอกเบี้ย ในการประชุม 4 พ.ย. ก่อนปรับขึ้นอีกครั้งในปลายปีหน้า หาก ศก.ไทยฟื้นชัดเจน
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพุธที่ 4 พ.ย. นี้ คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% เนื่องจากที่ผ่านมาได้ลดดอกเบี้ยไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งเพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และหลังจากนี้ต้องการให้รัฐใช้นโยบายการคลังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักมากกว่านโยบายการเงิน แต่หากเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการขึ้นดอกเบี้ยในปลายปีหน้า
“พุธนี้เรามอง กนง.คงดอกเบี้ย หลังลดมา 2 ครั้งแล้ว ตอนนี้เขาคง WAIT & SEE เพราะเห็นภาครัฐใช้นโยบายการคลังเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว แต่หากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวที่ชัดเจนก็เป็นไปได้ที่จะเห็น กนง. ขึ้นดอกเบี้ยในปลายปีหน้า” นายเบญจรงค์ กล่าว
สำหรับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ในวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ ฝ่ายวิจัย ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากที่ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา แต่ปัจจัยที่มีนยสำคัญต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้นอยู่ที่การประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ หากมีการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.5 แสนตำแหน่ง ทั้งนี้ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลให้ค่าเงินบาทสิ้นปีนี้อ่อนค่าลงแตะ 36.60-36.70 บาท/ดอลล์ จากประมาณการเดิม 35 บาท/ดอลล์ ส่วนปีหน้ามองกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 36.70-36.90 บาท/ดอลล์
“จากนี้ไปยังมองค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อไปจนถึงปีหน้า หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งกรอบค่าเงินบาทในปีหน้าเป็นลักษณะ SIDE WAY เพราะการขึ้นดอกเบี้ยเฟดปีหน้าจะไม่เร็ว และ เป็นการขึ้นแบบระมัดระวังทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย แต่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบทั่วโลก คือ เศรษฐกิจจีนว่าจะมีสัญญาณดีขึ้นหรือไม่ในอนาคต” นายเบญรงค์ กล่าว









