วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมคิด'ลงพื้นที่มาบตาพุด จ่อชงครม.ให้สิทธิพิเศษจูงใจนักลงทุน

รองนายกฯ "สมคิด" ลงพื้นที่มาบตาพุด จ่อชง ครม. ให้สิทธิพิเศษจูงใจนักลงทุน หวังดึงตั้งโรงงาน

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และตัวแทนชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ และรอบนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรับทราบถึงแนวทางการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยเฉพาะแผนการบริหารจัดการในนิคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ที่ต้องให้ความสำคัญในการวางระบบและกลไกต่างๆที่สอดรับกับความต้องการของนักลงทุน และ มีปัจจัยที่เอื้อต่อการลงทุน เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้าการลงทุนไปยังภูมิภาคอาเซียน และ การเป็นประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC

ดร.วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนหลังจากนี้ กนอ. จะเน้นให้เกิดการลงทุนในรูปแบบการร่วมกลุ่มอุตสาหกรรม หรือ อุตสาหกรรมคลัสเตอร์ ตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งในนิคมฯใหม่ และ นิคมฯเดิม ครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และ ระยอง ซึ่งปัจจุบันยังมีพื้นที่ที่พร้อมรองรับสำหรับนักลงทุนที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ในการประกอบการที่เพียงพอ โดยเป้าหมายของ กนอ. จะมุ่งเน้นการลงทุนในรูปแบบของการรวมกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมไทยได้อย่างแท้จริง

ปัจจุบันพื้นที่ในนิคมฯมาบตาพุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่ง และท่าเรือมาบตาพุด 1 แห่ง จังหวัดระยอง มีพื้นที่ประกอบการ 10,215 ไร่ จำนวน 67 โรงงาน ซึ่งเรียกว่ามาบตาพุดคอมเพล็กซ์ เป็นพื้นที่ลงทุนอุตสาหกรรมแห่งแรกของประเทศ ที่รองรับและเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน และ โรงไฟฟ้าเป็นพื้นที่การลงทุนของอุตสาหกรรมต้นน้ำที่จะผลิตอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และ สินค้าอุปโภค และบริโภคต่างๆ เป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ อีสเทิร์นซีบอร์ด โดยระยะต่อไป กนอ. มีเป้าหมายในการพัฒนาเส้นทางในการขนส่งทั้งในส่วนของสินค้า และ แรงงาน ซึ่งจะนำระบบการขนส่งทางรางเข้ามาพัฒนาเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ๆที่จะเกิดขึ้น ให้เกิดการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด และมาบตาพุด ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ในวันอังคารที่ 3 พ.ย.นี้. กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณีพิเศษเพื่อการลงทุน โดยกระทรวงการคลัง ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มกว่าสิทธิการส่งเสริมการลงทุนที่ให้อยู่ โดยมีเงื่อนไขจะได้รับสิทธิดังกล่าวจะต้องยื่นคำขอการส่งเสริมการลงทุนต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI ภายใน 6 เดือนนี้

     “สิทธิพิเศษด้านการลงทุนที่จะได้รับเหนือกว่าสิทธิการส่งเสริมที่มีอยู่ เป็นแบบที่เพิ่มขึ้นจากเดิม สำหรับผู้ประกอบการที่มีแผนการลงทุนหรือขยายกำลังการผลิตในปีหน้าให้เร่งมาลงทุนใน 6 เดือนนี้แทน เพื่อที่จะได้รับสิทธิส่งเสริมการลงทุนดังกล่าว ผมจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในวันอังคารนี้” นายสมคิด กล่าว 

นายสมคิด กล่าวอีกว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าว ที่จะได้รับนั้นไม่จำกัด เปิดกว้างให้ทั้งการลงทุนใหม่และการขยายกำลังการผลิตสำหรับการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบ ซุปเปอร์คลัสเตอร์ ขณะนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ หรือกนอ.และ BOI ได้เตรียมความพร้อมที่จะเชิญภาคเอกชน ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อมาชี้แจงเบื้องต้น ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับในด้านการลงทุนในซุปเปอร์คลัสเตอร์ เพื่อนำนโยบายดังกล่าวไปหารือกับบริษัทแม่ในต่างประเทศ หลังจากนั้นจะเชิญภาคอุตสาหกรรมทั้งประเทศมาชี้แจงรายระเอียดอีกครั้ง ในวันที่ 23 พ.ย.นี้

สำหรับสินค้ากลุ่มเป้าหมายที่จะดำเนินโยบายคลัสเตอร์ มีทุ้งสิ้น 5 กลุ่ม ประกอบไปด้วย กลุ่มเกษตรแปรรูป, กลุ่มไอทีและอิเล็กทรอนิกส์, กลุ่มปิโตรเคมี, กลุ่มสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ,กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน และกลุ่มดิจิตอล