วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แอตต้าชี้การท่องเที่ยวส่งท้ายปีนี้ไม่แรงเท่าต้นปี

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว รับสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยปีนี้เติบโตดี แต่ไม่ร้อนแรงเหมือนช่วงต้นปี ชี้อนาคตตลาดกลุ่มอาเซียนยังสดใส

นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ยอมรับว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยปีนี้มีการเติบโตที่ดี แต่การเติบโตอาจไม่ร้อนแรงเหมือนต้นปีที่ผ่านมา ปัจจัยเพราะตลาดหลักอย่างจีน เริ่มมีคู่แข่งที่สามารถเข้ามาทำตลาดได้ปกติเหมือนเดิม โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่เคยมีกรณีพิพาทเรื่องการครองกรรมสิทธิ์ในหมู่เกาะเตียวหยู หรือ เซนกากุ ดังนั้น ด้วยข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่ใกล้ชิดกับจีนมากกว่า จึงเป็นปัจจัยดึงนักท่องเที่ยวกลับไปได้มากในปีนี้

ทั้งนี้ จากสถิติเปรียบเทียบระหว่างองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (เจเอ็นทีโอ) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในปี 2556 ซึ่งเป็นปีที่มีข้อพิพาทดังกล่าวเกิดขึ้น ญี่ปุ่นมีชาวจีนเดินทางเข้าลดลงไปราว 7.8% เหลือเพียง 1.3 ล้านคน ส่วนไทยกลับได้รับนักท่องเที่ยวจีนถึง 4.6 ล้านคน เติบโตถึง 68% เนื่องจากรัฐบาลจีนสั่งห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปยังญี่ปุ่น แต่หลังจากเหตุการณ์คลี่คลายลง ในปี 2557 ชาวจีนทยอยกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มถึง 83.3% เป็น 2.4 ล้านคน ขณะที่ไทยมีปัญหาการเมืองภายในประเทศจากการชุมนุมต่อเนื่องด้วยรัฐประหาร ทำให้มีชาวจีนจำนวน 4.63 ล้านคน ขยายตัวเล็กน้อยเพียง 0.48% จนมาถึงช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ชาวจีนมาไทยแล้ว 6.1 ล้านคน เติบโตถึง 95.5% ส่วนชาวจีนไปญี่ปุ่นมีจำนวน 3.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 114.6%

สำหรับช่วงไฮซีซันที่เหลืออีก 2 เดือน คือ พ.ย.-ธ.ค.นี้ มียอดจองล่วงหน้าเข้ามาแล้วราว 50% ซึ่งต้องยอมรับว่าสถานการณ์อาจไม่ดีเท่ากับช่วงไฮซีซันต้นปี เนื่องจากปัจจัยตลาดจีนดังที่กล่าวมา ประกอบกับตลาดยุโรปที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และยังอยู่ในระยะประคองฐานตลาดให้เท่าเดิมมาแล้ว 2 ปี ในปีหน้าหากสามารถกระตุ้นให้มีการเติบโตได้ ก็อาจจะยังทำได้ไม่เกิน 5% โดยผู้ประกอบการในทุกตลาดก็พยายามประคองสถานการณ์ของตัวเองไม่ให้ติดลบ

ส่วนตลาดที่ยังมีอนาคตสดใสคือกลุ่มอาเซียน ที่ช่วงพยุงสถานการณ์ไว้ได้มาก จากสถิติในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ของแอตต้า พบว่า เวียดนาม ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 รองจากจีน ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 6.8 หมื่นคน เติบโตกว่า 264% ส่วนอินโดนีเซีย อยู่ในอันดับ 8 ที่จำนวน 4.8 หมื่นคน เติบโตราว 101.69% และมาเลเซีย อยู่ในอันดับ 12 ที่จำนวนราว 1.8 หมื่นคน เพิ่มขึ้นกว่า 410%

“สถานการณ์ไฮซีซันในปีนี้อาจไม่ได้ร้อนแรง แต่ก็ไม่ได้แย่ลง เพียงแต่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาอยู่ในภาวะการเติบโตตามความเป็นจริงมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาอาจได้อานิสงส์จากการที่นักท่องเที่ยวกลุ่มหลักเดินทางไปเที่ยวประเทศคู่แข่งไม่ได้ แต่ตอนนี้ทุกประเทศกลับมาเดินเครื่องดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะเติบโตได้สูงมากไม่เท่าเดิม”