SCC รับรายได้งวด 9 เดือนปรับลดลง 10% หลังราคาเคมีภัณฑ์และราคาน้ำมันลดลง พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนไปยังภูมิภาคอาเซียนต่อเนื่อง
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC เปิดเผยถึงผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 3 ของปีนี้ ว่า มีรายได้จากการขาย 110,898 ล้านบาท ลดลง 11% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เนื่องจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลงตามราคา Naphtha และราคาน้ามันที่ปรับตัวลดลง แต่สามารถผลักดันให้มีผลกำไรสุทธิ 9,001 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากส่วนต่างราคาของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในระหว่างงวดจะมีขาดทุนจากรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำรวม 3,630 ล้านบาท (ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ จานวน 2,160 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จานวน 1,470 ล้านบาท)
ทั้งนี้ ผลดังกล่าว ส่งผลให้การดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2558 บริษัทมีรายได้จากการขาย 333,992 ล้านบาท ลดลง 10% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลงตามราคา Naphtha และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง แต่ในแง่ของกำไรสุทธิ งวด 9 เดือน มีจำนวน 33,951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจเคมีภัณฑ์มีผลการดาเนินงานที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3/58 ยอมรับตลาดปูนซีเมนต์ในประเทศยังหดตัวประมาณ1% โดยเฉพาะจากภาคครัวเรือนหดตัวประมาณ 7% แม้ว่าภาครัฐจะเติบโตถึง 11% ก็ตาม และงวด 9 เดือน ปริมาณการขายปูนซีเมนต์ยังหดตัว 0.5% ขณะที่ราคาปูนซีเมนต์ยังอยู่ในช่วงเดียวกันกับไตรมาสก่อนที่ราคา 1,850-1,900 บาทต่อตัน ขณะที่ปริมาณการส่งออกปูนซีเมนต์ในไตรมาส 3/58 อยู่ที่ 0.8 ล้านตัน ลดลง 0.1 ล้านตัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับมูลค่าการลงทุนในช่วง 9 เดือนของปี 58 จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท จากคาดการณ์รายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนของทั้งปี 2558 เป็นเงิน 5 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทยังคงมุ่งดำเนินกลยุทธ์ในการขยายการลงทุนในธุรกิจหลักไปยังภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง และได้ประมาณการรายจ่ายลงทุนและเงินลงทุนสำหรับปี 58-62 เป็นจำนวน 2-2.5 แสนล้านบาท






