สศค. เผย การส่งออกเดือน ก.ย. ติดลบ 5.5% ส่วนไตรมาส 3/58 ติดลบ 5.3% ชี้สัญญาณเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น หลังการส่งออก - การลงทุนยังชะลอตัว
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยว่า การส่งออกในเดือนกันยายน 2558 โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1.88 หมื่นล้านดอลลาร์ หดตัว 5.5% ต่อปี ขณะที่ไตรมาส 3/2558 ส่งออกติดลบ 5.3% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าที่สำคัญยังชะลอตัวลง ด้านการนำเข้าเดือนกันยายนมีมูลค่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ติดลบ 26.2% และไตรมาส 3 ติดลบ 15.3% ต่อปี ส่งผลให้ดุลการค้าระหว่างประเทศในเดือนกันยายนเกินดุล 2.8 พันล้านดอลลาร์ และไตรมาส 3 เกินกุล 4.3 พันล้านดอลลาร์
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี และเสถียรภาพต่างประเทศอยู่ในระดับที่มั่นคง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนอยู่ที่ ติดลบ 1.1% เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังทรงตัวในระดับต่ำ รวมถึงการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันและค่าโดยสารรถวิ่งระหว่างจังหวัด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1% ทำให้ไตรมาส 3 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ ติดลบ 1.1% และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ ที่ 0.9%
โดยเศรษฐกิจไทยในเดือนกันยายน 2558 และไตรมาส 3/2558 มีสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง จากการส่งออกสินค้าและการใช้จ่ายภาคเอกชนผ่านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวต่างชาติ แม้ว่าจะขยายตัวชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม มาตรการการเงินการคลังที่รัฐบาลเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 เป็นต้นมา คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า
สำหรับการบริโภคภาคเอกชนในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยังมีสัญญาณชะลอตัวลงต่อเรื่อง เห็นได้จากปริมาณการจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในเดือนกันยายนที่หดตัว 0.7% และไตรมาส 3 หดตัว 10.6% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้รายได้เกษตรลดลงจากปัญหาภัยแล้งด้วย สำหรับปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งในเดือนกันยายน ยังคงหดตัวต่อเนื่องที่ 25.5% และไตรมาส 3 หดตัว 24.9% ต่อปี
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ลดลงจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 61.2 จากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีปัจจัยลบจากภาคการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ และปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลต่อความเสียหายแก่ผลผลิตสินค้าเกษตร ทำให้กำลังซื้อของประชาชนยังคงไม่ดีขึ้น และไตรมาส 3 ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 61.8
ด้านการลงทุนภาคเอกชนในเดือนกันยายน มีสัญญาณชะลอตัวลงโดยเฉพาะการลงทุนในหมวดก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ ขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.4% ต่อปี ทำให้ไตรมาส 4 ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์หดตัว 0.7% ต่อปี









