วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus (28 ต.ค.58)

สัปดาห์แห่งการประชุมธนาคารกลาง

SET View

- ภาวะตลาดหุ้น วันนี้ เราคาดว่า Sentiment ลบจากตลาดหุ้นต่างประเทศ (เยอรมัน -1%, ดาวโจนส์ -0.2%, S&P500 -0.3%) และราคาน้ำมัน จะกดดันให้ SET พักตัวระยะสั้นต่อในวันนี้ ประเมินแนวรับ 1417 จุด (เส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน) แนวต้านยังคงเป็น 1430 จุดเช่นเดิม
ด้านกระแสเงินทุนใน SET เริ่มกลับทิศ กล่าวคือ วานนี้ ต่างชาติขายสุทธิ 1.7 พันล้านบาท (ขายหนักสุดตั้งแต่ 29 ก.ย.58) เช่นเดียวกับ บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 247 ล้านบาท หลังจากเป็นผู้ซื้อสุทธิหลักตั้งแต่ต้นเดือนนี้

ประเด็นข่าว / ดัชนีเศรษฐกิจ

• สหรัฐฯเตรียมดำเนินการขายสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ (Strategic Oil Reserve) ราว 58 ล้านบาร์เรล (จากที่มีอยู่ทั้งหมด 695 ล้านบาร์เรล) ในช่วงปี 2561-2564 ตามร่างกฎหมายงบประมาณประเทศที่จัดทำโดยสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนหารายได้เข้าสู่สหรัฐฯเพื่อบรรเทาปัญหาหนี้สาธารณะที่ใกล้เต็มเพดาน คาดว่าจะมีการโหวตร่างกฎหมายฉบับนี้ภายในวันนี้ กระแสข่าวดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกวานนี้ทั้ง WTI และ Brent ปรับตัวลดลงไปกว่า 1.8% และ 1.5% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี เรามองว่า ข่าวนี้เป็นปัจจัยลบเชิงจิตวิทยาในระยะสั้นเท่านั้น เพราะปริมาณขาย 58 ล้านบาร์เรล คิดเป็นเพียง 0.3% ของ Demand น้ำมันของโลกเท่านั้น

• วันนี้มีหุ้น IPO คือ LPH เข้าซื้อขายวันแรกในกลุ่มการแพทย์ ใน SET ราคา IPO 5 บาท ราคาพาร์ 0.50 บาท เราประเมินมูลค่าเหมาะสม 6.60 บาท (รายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ IPO Stock เช้านี้)

กลยุทธ์การลงทุน : ซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว

- Top Daily Pick : IRC (มูลค่าเหมาะสม 26.40 บาท) เก็งกำไรงบ 4Q58 (ก.ค.-ก.ย.58) โตโดดเด่น (+13% QoQ, +34% YoY) และ SAT (มูลค่าเหมาะสม 19.50 บาท) Valuation ไม่แพง P/E ratio ราว 11 เท่าและปันผล 3.7%, คาดผลประกอบการ 2H58 ฟื้นตัวอย่างมีนัย คาดเติบโตราว 67% เทียบกับ 1H58, การปรับโครงสร้างภาษีรถปีหน้า เร่งให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถ

- Technical Pick : NDR TLUXE TVT MINT PTG (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

- Theme Plays : หุ้นเกี่ยวข้องกับการลงทุนภาครัฐ (CK, ITD, STEC, SEAFCO, SAMTEL)/ หุ้นส่งออกที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, TU)/ เก็งกำไรผลประกอบการ 3Q58 (IRC, LPN, SIRI, PLANB, SAWAD, SAT, SYNTEC)

พอร์ตลงทุน

Trading     ADVANC BDMS INTUCH IRPC JAS RS SAMTEL

Growth      IVL JAS AAV PS RS SAT PTTEP

Dividend    PTT ROJNA BBL QH RATCH ADVANC SMPC

Quant        RATCH ADVANC DELTA CPALL IRC KCE EARTH

- รายงานวันนี้

Preview : IVL (“ซื้อ”/ มูลค่าเหมาะสม 27 บาท) คาด 3Q58 ยังคงมีกำไร

Preview : PTTGC (“ซื้อ”/ มูลค่าเหมาะสม 70 บาท) กำไร 3Q58 อ่อนตัว แต่จะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q58

IPO : LPH (มูลค่าเหมาะสม 6.60 บาท) โรงพยาบาลขนาดกลางที่มีศักยภาพเติบโตสูง



Strategy Talk

- จับตาการประชุม 2 ธนาคารกลางสำคัญในสัปดาห์นี้

• การประชุม Fed ค่ำคืนนี้ ตลาดคาดไม่มีการขึ้นดอกเบี้ย แต่ต้องจับตาการส่งสัญญาณด้านนโยบายดอกเบี้ยในระยะถัดไป เพราะนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ในตลาด เชื่อว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 15-16 ธ.ค. ด้านเทรดเดอร์ในตลาดฟิวเจอร์ส กลับมองต่างออกไป เพราะไม่เชื่อว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ โดยน่าจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือน มี.ค.59 แทน

• 30 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตลาดเริ่มคาดหวังมากขึ้นว่า BOJ จะขยายมาตรการ QE ที่ทำอยู่ในปัจจุบันเนื่องจากเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังอยู่ห่างจากเป้าหมายที่ 2% ค่อนข้างมาก จากผลสำรวจของ Bloomberg สอบถามความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ 36 คน พบว่า ส่วนใหญ่ คือ 16 คน เชื่อว่า BOJ จะเพิ่มวงเงิน QE ในการประชุมวันศุกร์นี้

• หาก Fed ไม่มีการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยที่ชัดเจนในการประชุมคืนนี้ และหาก BOJ ขยายมาตรการ QE ในการประชุมวันศุกร์นี้ เราเชื่อว่า จะเป็น Sentiment บวกหนุนตลาดหุ้นโลก เพราะธนาคารกลางสำคัญอย่างญี่ปุ่น ยูโรโซน และจีน มีความจำเป็นต้องอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบอยู่ ขณะที่สหรัฐฯไม่รีบเร่งดึงสภาพคล่องออกไป

หุ้นมีประเด็น

HMPRO (มูลค่าเหมาะสม 7.35 บาท) ผลประกอบการ 3Q58

• HMPRO รายงานกำไรสุทธิ 3Q58 เท่ากับ 803 ล้านบาท (-2% QoQ, +5% YoY) ต่ำกว่าตลาดคาดราว 5% ด้านรายได้ใน 3Q58 เติบโต 8% YoY จากการขยายสาขา 10 แห่งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แต่มีปัจจัยกดดันจากอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same store sales growth หรือ SSSG) ที่หดตัว 2.5% (ส่งผลให้ SSSG ใน 9M58 เท่ากับ -1.9% YoY) โดยเฉพาะสาขาในต่างจังหวัด นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ลดลงราว 40bps จากปีก่อน เหลือ 25.9% เนื่องจากสัดส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้นจาก Mega Home ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำ

• แนวโน้มผลประกอบการใน 4Q58 ฝ่ายวิจัยภัทร คาดมีโอกาสหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะ SSSG ยังคงติดลบในเดือน ต.ค.

• ฝ่ายวิจัยภัทร ปรับลดประมาณการกำไรราว 2% ในช่วงปี 2558-2560 อิงการปรับลดสมมุติฐาน SSSG ในปีนี้จากเดิม 0% YoY เหลือ -1.5% YoY ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ ลดลงราว 2% พร้อมกับปรับลดมูลค่าเหมาะสมเล็กน้อยจาก 7.4 บาท เป็น 7.35 บาท

• ปัจจุบัน P/E ratio ของหุ้น HMPRO อยู่ในระดับค่อนข้างสูง คือ 26 เท่า ณ สิ้นปีนี้ และ 23 เท่า ณ สิ้นปีหน้า เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรในช่วง 2 ปีข้างหน้าที่ราว 15.2% ต่อปี (CAGR) ดังนั้น ฝ่ายวิจัยภัทร คงคำแนะนำ “Underperform”