คาดผลประกอบการฟื้นตัวจากการตั้งสำรองฯที่ลดลง
ประเด็นการลงทุน
เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ KTB เมื่อวานนี้ ผู้บริหารชี้ว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/58 และปี 2559 อยู่ในช่วงปรับตัวดีขึ้น จากสินเชื่อ SME และรายย่อยที่ดีขึ้นและการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่น้อยลงกว่าใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาปี 2558 ทั้งนี้ เราคาดผลประกอบการปี 2558 น่าจะอยู่ที่ 24 พันล้านบาท (ลดลง 27% YoY) และปี 2559 ที่ 26 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 50% YoY) จากอัพไซด์การตั้งสำรองที่น้อยกว่าที่เราคาด จากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นหลังจากการปรับโครงสร้างหนี้ของ SSI ทั้งนี้ จากแนวโน้มการเติบโตที่สดใสในปีหน้า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
แนวโน้มสินเชื่อเติบโตดีขึ้นในไตรมาส 4/58 และ ปี 2559 จากสินเชื่อ SME และ รายย่อย
KTB รายงานสินเชื่อเติบโตชะลอตัว 1.7% YTD ใน 9 เดือนแรกของปี 2558 ซึ่งต่ำกว่าที่ผู้บริหารประเมินไว้ที่ 5-7% จากความต้องการเงินกู้ก้อนใหญ่จากการลงทุนในโครงการของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่ล่าช้าออกไปและการตัดจำหน่ายหนี้ของ SSI(UK) อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารคาดว่า สินเชื่อในไตรมาส 4/58 จะเติบโตดีขึ้นจากสินเชื่อรายย่อย (บ้าน,บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล) และ SME ขนาดใหญ่ โดยน่าจะส่งผลให้สินเชื่อเติบโตราว 2-4% (ต่ำกว่าที่ธนาคารคาดไว้ที่ 5-7% และที่เราคาดไว้ที่ 5%) ผู้บริหาร KTB ตั้งเป้า สินเชื่อปี 2559 เติบโต 4-5% (ส่วนใหญ่มาจาก SME และรายย่อย) เราคาดว่าธนาคารจะขยายฐานสินเชื่อได้ประมาณ 5% ปี 2559
ส่วนต่างดอกเบี้ยปี 2558 และ 2559 คาดอยู่ที่ 2.7% จากการเน้นสินเชื่อ SME และรายย่อย
ธนาคารย้ำว่าเป้าหมายส่วนต่างดอกเบี้ยปี 2558 อยู่ที่ 2.7% และน่าจะต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า โดยปัจจุบันธนาคารหันไปปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มที่มีผลตอบแทนที่สูงขึ้น อย่างเช่นกลุ่ม SME และรายย่อย โดยทั้งสองกลุ่มมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงกว่าสินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อบรรษัท ปัจจุบันสินเชื่อรายย่อยของธนาคารเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 38% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด จาก 35% ณ สิ้นปี 2557 ในขณะที่สัดส่วนของสินเชื่อ SME เพิ่มขึ้น 21% จาก 19% ณ สิ้นปี 2557 ในทางกลับกัน สินเชื่อบรรษัทลดสัดส่วนลงเหลือ 35% ณ สิ้นเดือนก.ย. จาก 37% ณ สิ้นปี 2557 ในขณะที่สัดส่วนสินเชื่อภาครัฐลดลงจาก 9% เป็น 6% ณ สิ้นปี 2557 อย่างไรก็ตาม เรายังคงสมมติฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 2.6% ในปี 2558 และ 2.7% ในปี 2559
คาดตั้งสำรองกลับสู่ระดับปกติในไตรมาส 4/58 และปี 2559 หลังกรณี SSI
หลังจากที่ธนาคารตั้งสำรองฯพิเศษจำนวน 15 พันล้านบาทใน 9 เดือนแรกของปี 2558 ผู้บริหารคาดว่า ธนาคารจะไม่ต้องตั้งสำรองฯพิเศษก้อนใหญ่อีกในไตรมาส 4/58 และปี 2559 นอกจากนี้ ธนาคารยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งเพิ่มให้อัตราส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้สินรวมกลับสู่ระดับปกติที่ 125% (ก่อนหน้ากรณี SSI) จากระดับ 101% ณ สิ้นเดือนก.ย. ดังนั้น เรายังคงสมมติฐานการตั้งสำรองฯปี 2558 ที่ 25.5 พันล้านบาท ,เพิ่มขึ้น 87% YoY ทั้งนี้ ผู้บริหาร KTB กล่าวว่า ธนาคารได้ตั้งสำรองเต็มจำนวนสำหรับหนี้ของ SSI ตามที่ธปท.กำหนดไว้ (ประมาณ 69% ของหนี้หลังหักหลักประกัน) ดังนั้น ผู้บริหารคาดธนาคารน่าจะสามารถตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2559 ได้ต่ำลงกว่าปี 2558 โดยเราคาดธนาคารจะรายงานตัวเลขการตั้งสำรองฯที่ 16.5 พันล้านบาท ลดลง 35% จากปีนี้








