ปัจจัยบวกต่างประเทศหนุน
SET แกว่งตัวในกรอบแคบๆตลอดสัปดห์ที่ผ่านมา เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นภาวะตลาด ประกอบแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ย่อตัวลงส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,416.14 (+0.34 จุด) Volume 3.1 หมื่นลบ. โดย Foreign Net -281 ลบ.,Net TFEX +2,513 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยดอกเบี้ยเงินกู้ลดจาก 4.6% เหลือ 4.35% และดอกเบี้ยเงินฝากลดจาก 1.75% เหลือ 1.5% รวมทั้งปรับลดสัดส่วนการกันสำรอง (RRR) ของธนาคารพาณิชย์ลง 0.5% มีผลตั้งแต่ 24 ต.ค. เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง
+ ECB มีมติคงดอกเบี้ยที่ 0.05% แต่อาจพิจารณามาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ในการประชุมเดือน ธ.ค. และส่งสัญญาณพร้อมจะขยายระยะเวลาในการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ให้นานกว่ากำหนดเดิม ก.ย. 2016 เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของยูโรโซนและหนุนให้อัตราเงินเฟ้อเข้าใกล้ 2%
+ /- USA PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นแตะ 54 จากระดับ 53.1 ในเดือนก.ย. , Leading Economic Index (LEI) ประจำเดือนก.ย.ลดลง 0.2% สู่ระดับ 123.7
+ คลังเสนอ "สมคิด" ยกเว้นภาษีนิติบุคคลขนาดใหญ่ทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศกระตุ้นการลงทุนระยะสั้น หลังจากยอดขอส่งเสริมบีโอไอทรุด ส่วนพรุ่งนี้เสนอมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้ SME เข้าครม.
- USA รมว.คลังสหรัฐกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล.กับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้ โดยมาตรการบริหารเงินฉุกเฉินวงเงิน 18.1 ล้านล้านดอลลาร์จะหมดอายุวันที่ 3 พ.ย.
- ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง ล่าสุด 44.53 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น
2 ปัจจัยบวกหลัก ได้แก่ ECB อาจเพิ่มระยะเวลาการใช้ QE และธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% และลด RRR ลง 0.5% เป็นแรงหนุนต่อภาวะตลาดหุ้นไทย ดังนั้นคาดว่า SET จะปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,430 - 1,440 จุด
*** จับตาการประชุม FED วันที่ 27-28 ต.ค.
กลยุทธ์การลงทุน
แนะนำ Selective Buy กลุ่มที่มีปัจจัยบวก
- หุ้นที่คาดว่ากำไร Q3/58 เติบโต ได้แก่ BANPU DCC KCE SVI SIRI QTC SAMTEL TVT KAMART MTLS SYNTEC EPG
- High season การท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) โดย ทอท.เผยว่างวดปี 58 ปริมาณผู้โดยสาร +21.94% เที่ยวบิน +15.97%
- กลุ่มรับเหมา ข่าวร.ฟ.ท.เตรียมเซ็นสัญญาก่อสร้างรถไฟทางคู่ 3 เส้นทาง วงเงินกว่า 5.2 หมื่นล้านบาทในเดือนธ.ค. 58
- BMCL บอร์ด "รฟม." สรุปผลศึกษาแนวทางเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ย้ำชัดเจรจา BMCL เพื่อเดินรถต่อ เพราะเป็นทางเลือกดีที่สุด เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมสัปดาห์นี้ ก่อนเดินหน้าตามขั้นตอน PPP
- DEMCO ได้งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115 เค.วี. จำนวน 12 โครงการ ให้กับ TOYO Engineering-Thailand Branch มูลค่า 2,000 ล้านบาท ทำให้
Backlog เพิ่มขึ้นเป็น 8,800 ล้านบาท
Analyst Meeting
TOP 55.75 บาท ราคาพื้นฐาน 62.00 บาท
- คาดรายงานขาดทุนสุทธิราว 1.88 พันล้านบาท ลดลง 130%QoQ แต่เพิ่มขึ้น 13%YoY เนื่องจากมีขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบราว 4.7 พันล้านบาท และขาดทุน FX อีกราว 2.6 พันล้านบาท
- ธุรกิจโรงกลั่น ค่าการกลั่นอ่อนตัวตามส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซล เนื่องจากจีนมีการส่งออกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นและความต้องการชะลอตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล นอกจากนี้ยังมี Stock loss ราว 4.7 พันล้านบาทเนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงกว่า 17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ธุรกิจอะโรเมติกส์ ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์เบนซีนและส่วนต่างของผลิตภัณฑ์พาราไซลีนที่ปรับตัวลง เนื่องจากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของจีนชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผลประกอบการของธุรกิจอะโรเมติกส์ชะลอตัวลงตามไปด้วย
- ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ผลประกอบการทรงตัวแม้ว่า ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง และผลิตภัณฑ์ยางมะตอยจะปรับตัวขึ้น เนื่องจากลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ
หุ้นเด่นรายวัน
- MCS (ราคาปิด 11.40 ซื้อเก็งกำไร) อวดผลงานปี 2558 สูงสุดในรอบ 4 ปี ส่งซิกไตรมาส 3/2558 โชว์กำไรแรง จากปีก่อนที่ขาดทุน 7.45 ล้านบาท แถมไตรมาส 4/2558 ทะยานต่อเนื่องหลังงานรอส่งมอบอื้อซ่า ด้าน "ฮารกิชิน ทันวานี" ลั่นรับเหมาใหญ่ญี่ปุ่น 4 ราย เรียงคิวป้อนออเดอร์ดันแบ็กล็อกสิ้นปีพุ่งพรวด (ที่มา:ทันหุ้น)
- PTTEP (ราคาปิด 72.75 แนะนำ “ถือ” ราคา 93) ยืดอกรับราคาน้ำมันร่วงต่ำ บันทึกการด้อยค่าสินทรัพย์พุ่งสูง ฉุดผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2558 พลิกขาดทุนสุทธิ 1.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.6 หมื่นล้านบาท เทียบกับไตรมาส 3/2557 มีกำไรสุทธิ 477 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 1.53 หมื่นล้านบาท ส่วนไตรมาส 4/2558 คาดราคาน้ำมันทรงตัว (ที่มา:ทันหุ้น)
ความเห็น : การบันทึกด้อยค่าเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีซึ่งไม่กระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัท โดยในอนาคตจะส่งผลให้ค่าเสื่อมราคามีแนวโน้มลดลงหลังมีการบันทึกด้อยค่า แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นเนื่องจากทางเราประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF ยังคงได้ราคาเหมาะสมปี 59 ที่ 102 บาท แต่แนะนำ “ถือ” เนื่องจากปัจจัยลบค่อนข้างมากกดดันราคาหุ้น
- VTE แนวรับ 3.72-3.70 บาท แนวต้าน 3.78-3.80 , 3.92-3.94 บาทระดับราคาสามารถดีดกลับขึ้นมาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 , 10 และ 25 วันได้ต่อเนื่องโดยมีวอลุ่มซัพพอร์ต และกำลังจะเกิดสัญญาณ Golden cross ใน 1-2 วันนี้ หากวันนี้ระดับราคาอ่อนตัวกลับลงมาแถวๆ 3.72-3.70 บาทอีก น่าซื้อเพิ่ม ลุ้นดีดกลับผ่านจุดสูงสุดเดิมในรอบสัปดาห์แถวๆ 3.78-3.80 บาท ก่อนผ่านขึ้นทำ New high ขึ้นไปทดสอบแนวจุดสูงสุดถัดไปแถวๆ 3.92-3.94 บาทต่อไป
- NUSA แนวรับ 1.11 บาท แนวต้าน 1.14 , 1.16-1.17 บาท
ระดับราคาสามารถดีดกลับขึ้นมาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 , 10 และ 25 วันได้และทำ New high ได้ในรอบสัปดาห์พร้อมวอลุ่มซัพพอร์ตสูง หากวันนี้ระดับราคาอ่อนตัวกลับลงมาแถวๆ 1.11 บาทอีก น่าซื้อเพิ่ม ลุ้นดีดกลับผ่านเส้น bollingerT แถวๆ 1.14 บาท ก่อนผ่านขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมในรอบ 3 สัปดาห์แถวๆ 1.16-1.17 บาทอีกครั้ง









