คาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q15F จะเพิ่มขึ้นถึง 77% QoQ จากรายได้ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 2.4 พันล้านบาท
คาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q15F จะเพิ่มขึ้นถึง 77% QoQ จากรายได้ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่
เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q15 จะเพิ่มขึ้นถึง 100% YoY และ 77% QoQ เป็น 309 ล้านบาท จากรายได้จากธุรกิจการค้าที่เพิ่มขึ้นถึง 140% เป็น 2.1 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับโครงการ solar farm (87 MW) ส่วนรายได้จากธุรกิจ EPC คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 450% QoQ เป็น 300 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้เริ่มก่อสร้างโครงการ wind farm (60 MW) เฟสแรกแล้ว ดังนั้น เราจึงคาดว่ารายได้รวมใน 3Q15 จะเพิ่มขึ้น 155% QoQ เป็น 2.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของ GUNKUL ผู้บริหารบริษัทให้ข้อมูลว่าค่าใช้จ่าย SG&A น่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 102% QoQ เป็น 231 ล้านบาท จากการจ่ายโบนัสพนักงานและค่านายหน้าที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันบริษัทก็คาดว่าจะต้องบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 30 ล้านบาท จากการอ่อนค่าของเงินบาท
โครงการ solar farm ขนาด 50 MW จะช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นอีก 1.7 บาท/หุ้น
ผู้บริหารบอกว่า GUNKUL อาจจะได้สัญญา PPA โครงการ solar farm 50 MW จากทั้งหมด 600 MW ที่รัฐบาลจะนำออกประมูลรอบใหม่สำหรับหน่วยงานภาครัฐในวันที่ 15 ธ.ค. โดยจะเป็นการเลือกด้วยวิธีจับสลาก เราประเมินมูลค่าโครงการ solar ขนาด 50 MW เอาไว้ที่ 1.70 บาท/หุ้น แต่ยังไม่ได้รวมเข้าไว้ในราคาเป้าหมายของเรา ทั้งนี้ GUNKUL บอกว่าจะไม่เข้าร่วมการประมูลโครงการนำร่องผลิตไฟฟ้าชีวมวลขนาด 36MW ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งจะใช้วิธีคำนวณค่าไฟฟ้าในระบบ FiT แต่จะเข้าร่วมประมูลโควต้าถัดไปสำหรับทั้งประเทศ ซึ่งเป็นท่าทีที่สองคล้องกับมุมมองของเราว่า TPCH เป็นผู้เข้าประมูลที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล
คงคำแนะนำ ซื้อ โดยขยับราคาเป้าหมายเป็น 28 บาท
เราคาดว่าราคาหุ้นน่าจะ outperform จากการที่ผลประกอบการ 3Q15 ดีที่สุดในรอบปีนี้ นอกจากนี้ โครงการ solar farm กำลังการผลิต 87 MW (GUNKUL ถือหุ้น 67%) ก็มีกำหนดจะเริ่มเปิดดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน และโครงการ wind farm (60 MW) เฟสแรกก็จะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ใน 2Q16 เราคาดว่าสองโครงการนี้จะหนุนให้กำไรสุทธิในปี 2016 เพิ่มขึ้นอีก 160 ล้านบาท และ 315 ล้านบาทตามลำดับ เราได้ขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2016 ที่ 28.0 บาท จากเดิม 27.50 บาท








