การดำเนินงานดีต่อเนื่องในไตรมาส 3/58
กำไรสูงกว่าที่เราคาดไว้ 6.6%
BAY รายงานกำไรไตรมาส 3/58 ที่ 4.85 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% YoY และ 12% QoQ ซึ่งสูงกว่าที่เราคาดไว้ 6.6% และ ตลาด 9.2% เนื่องจากมีรายได้ค่าธรรมเนียมสูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 5.5 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับประมาณการของเราที่ 5.1 พันล้านบาท ส่วนกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้สูญฯที่ 1.11 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% YoY และ 5% QoQ ทั้งนี้กำไรใน 9 เดือนแรกของปีคิดเป็นสัดส่วน 80% ของประมาณการทั้งปี 2558 ของเราที่ 1.7 หมื่นล้านบาท
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อในไตรมาส 3/58 ลดลง 0.7% QoQ (แต่เพิ่มขึ้น 27% YoY) ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของเรา สินเชื่อบรรษัทและ SME ปรับตัวลง 3.4% QoQ และ 2.7% QoQ ตามลำดับ ในขณะที่สินเชื่อค้าปลีกเติบโตขึ้น 3.0% QoQ โดยสินเชื่อค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น (ส่วนใหญ่จากสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคล)ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น 7 bps QoQ มาอยู่ที่ 3.68% จากเดิมอยู่ที่ 3.61% ในไตรมาสก่อนหน้า ส่วนดอกเบี้ยรับสุทธิสูงขึ้น 15% YoY และ 2% QoQ มาอยู่ที่ 1.41 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป้นไปในทิศทางเดียวกันกับสินเชื่อรวมที่เพิ่มขึ้น YoY
รายได้ค่าธรรมเนียมดีดตัวสูงขึ้น 33% YoY และ 10% QoQ มาอยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 9.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY และ 2% QoQ ส่วนอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 46.8% ณสิ้นเดือนก.ย. ลดลงจาก 47.4% ในไตรมาส 2/58 และ 48.6% ในไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว
การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลง 1% YoY และ 7% QoQ มาอยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท สอดคล้องกับประมาณการของเรา ในขณะที่สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของ BAY ณ สิ้นเดือนก.ย. อยู่ที่ 2.4% คงที่จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดตัวลงมาอยู่ที่ 139.1% ณ สิ้นเดือนก.ย. จาก 142% สามเดือนก่อนหน้า ทางด้านยอดคงค้างสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงพิเศษปรับตัวลงต่อเนื่อง 1.6% QoQ มาอยู่ที่ 4.61 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 3/58 หลังจากที่ปรับลง 1.4% QoQ ในไตรมาส 2/58 ทั้งนี้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 3.29 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% QoQ
แนวโน้ม
เราคาดว่ากำไรไตรมาส 4/58 ของ KTB จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย QoQ จากการรวบควบกิจการกับ BTMU เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2558 และ การสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงใช้ประมาณการกำไรปี 2558 และ 2559 เดิม
คำแนะนำ
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของ BAY ในช่วงไตรมาส 2/58 และ 3/58 จากการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ดีขึ้น รวมทั้งได้รับผลประโยชน์ร่วมจากการควบรวมกิจการกับ BTMU เราปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ขาย” เนื่องจาก 1) อาจมีอัพไซด์เพิ่มจากสินเชื่อที่เติบโตสูงกว่าคาด 2)การปรับลดสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลงในปี 2559 เนื่องจากธนาคารมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่สูงอยู่ที่ 139% และ 3) ประโยชน์ร่วมจากการควบรวมกิจการกับ BTMUจะช่วยการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV เราได้ปรับราคาเป้าหมายของ BAY ปี02559อยู่ที่ 37.00 บาท อิงค่า PBV ณ สิ้นปี 2559 ที่ 1.3 เท่า






