เน้นเล่นสั้นในช่วงนี้ ทยอยขายทำกำไรหากดัชนีอยู่เหนือ 1420 จุด
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งกรอบ 1405-1425
ตลาดไทยวันนี้มีเเนวโน้มแกว่งตัวในกรอบจำกัด โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ยังคงอ่อนแอในช่วงนี้จาก stock น้ำมันที่เพิ่มขึ้นสูงในสหรัฐ ประกอบกับงบไตรมาส 3 ที่ทยอยออกมายังไม่มี positive surprises มากนัก ตลาดโดยรวมจึงขาดปัจจัยใหม่ๆมาสนับสนุน พร้อมกับมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบางต่อเนื่อง อีกทั้งมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนเป็นแรงกดดันตลาดทั่วโลกอยู่ และนักลงทุนต่างรอความชัดเจนจากการประชุม ECB ในวันนี้ หวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆออกมา วันนี้จึงน่าจะเห็นตลาดซึมๆอยู่ในกรอบจำกัด
แนวรับ/แนวต้าน : 1400/1430 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เน้นเล่นสั้นในช่วงนี้ ทยอยขายทำกำไรหากดัชนีอยู่เหนือ 1420 จุด เริ่มสะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อลงแรง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ
นักลงทุนระยะสั้น : MCS (15), ASEFA (5.5)
MCS (15) เราคาดงบปี 2558 จะรายงานออกมาดีมากจากงานรับเหมาขนาดใหญ่ที่ป้อนเข้ามาอย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น และงานโอลิมปิกในอนาคตช่วยหนุน sentiment ในระยะยาว บวกกับปันผลที่สูงของหุ้น MCS จึงแนะนำเก็งกำไรได้อย่างสบายใจ เพราะจะเคลื่อนไหว side way up ขึ้นไป มีโอกาสเห็น 15 บาทไม่ยากครับ
ASEFA (5.5) ได้ประโยชน์จากการเติบโตของกำไรและรายได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาส3 และไตรมาส4 ปีนี้ ส่วนกำไรปีหน้ามีแนวโน้มโต ไม่ต่ำกว่า 20% yoy แรงหนุนจากงานรถไฟฟ้าสายสีม่วงประมาณ 200 ล้านบาท และงาน government data center อีกด้วย
นักลงทุนระยะยาว : KBANK (232), TVO (33.75)
KBANK (232) งบ Q3 ต่ำสุดในปีนี้และเป็นโอกาสซื้อที่ดี โดย 9 เดือนที่ผ่านมาสินเชื่อเติบโตอยู่ในเกณฑ์ที่ดีคือประมาณ 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และทั้งปี KBANK น่าจะทำได้ตรงตามที่ผู้บริหารตั้งเป้าสินเชื่อไว้ว่าปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 6% yoy แรงหนุนหลักมาจากสินเชื่อภาคธุรกิจเอกชนและ SME ที่โตต่อเนื่อง ทางด้านรายได้จากค่าธรรมเนียมก็ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 12% จากค่าธรรมเนียมการบริการและเครดิตการ์ดเป็นแรงหนุนหลัก
TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "วิรไท" เปิดเผยว่า ในปี 2559 คาดว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในระดับ 3.6-3.7% เป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐด้วยการเติมเงินในระดับฐานรากผ่านโครงการกองทุนหมู่บ้าน การเร่งลงทุนภาครัฐ การส่งออกไปสหรัฐเริ่มดีขึ้น การท่องเที่ยวที่เติบโตสูง ขณะที่ปีนี้มองว่าจะขยายตัวได้ 2.7% ตามเป้าที่กำหนดไว้ โชว์วิสัยทัศน์ ประกาศนโยบายทิศทางของ ธปท. มุ่งใช้นโยบายการเงินดูแลเศรษฐกิจให้โตตามศักยภาพย้ำเสถียรภาพการเงินแข็งแกร่งกว่าช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง มั่นใจรับความผันผวนได้ เตรียมทำแผน 5 ปีใหม่ในปี 2559 ให้น้ำหนักบทบาทจีนต่อเศรษฐกิจเอเชีย
+ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยสว่า สศค.ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจในปีหน้าว่า จะสามารถขยายตัวได้มากกว่าปีนี้ ที่คาดว่าจะขายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 2.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) เนื่องจากมีแรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและการเบิกจ่ายที่กำลังเร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปีนี้ รวมถึงเม็ดเงินการลงทุนของภาครัฐที่ทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดย สศค.มองอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจของไทยในปีหน้า จะอยู่ที่ 3.2% ของจีดีพีใกล้เคียงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่ประเมินว่าจีดีพีไทยในปีหน้าว่าขยายตัว 3.2% ขณะที่ธนาคารโลกมองว่าจีดีพีของไทยในปีนี้ขยายตัวได้เพียง 2% เท่านั้น
+ "ออมสิน" จี้ร.ฟ.ท.เดินเครื่องแผนฟื้นฟูแก้ปัญหาขาดทุนสะสม เพิ่มรายได้-พัฒนาที่ดิน เตรียมพัฒนาทางคู่เฟส 2 อีก 6 เส้นทางงบกว่าแสนล้าน คาดเปิดประมูลปี 2560 ขณะผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.เตรียมถกกรมธนารักษ์ แบ่งจ่ายเงินที่ดินมักกะสัน คาดเริ่มทยอยมอบที่ดินและพัฒนาได้ในปี 2559
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,168.61 จุด ลดลง 48.50 จุด หรือ -0.28%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (21 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในกรอบที่จำกัด เพราะตลาดได้รับแรงหนุนในระหว่างวันจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทหลายแห่ง รวมถึงเจนเนอรัล มอเตอร์ (GM) และโบอิ้ง โค
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.29 จุด หรือ 0.05% ที่ 6,348.42 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไร อย่างไรก็ตาม ดัชนี FTSE 100 ขยับขึ้นเล็กน้อย เพราะได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นบริษัทเพียร์สัน
+ ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้น 347.13 จุด หรือ 1.91% ปิดที่ 18,554.28 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดทะยานขึ้นแตะระดับสุงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. เนื่องจากผลประกอบการที่สดใสของบริษัทเอกชนช่วยกระตุ้นแรงซื้ออย่างคึกคัก นอกจากนี้การอ่อนค่าของเงินเยนยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออกดีดตัวขึ้นด้วย
+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ย.ร่วงลง 1.09 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 45.20 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (21 ต.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นมากเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด








