วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BBL - ซื้อ

ผลประกอบการมากกว่าคาดจากกำไรพิเศษ

กำไรไตรมาส 3/58 ต่ำกว่าที่เราคาด 13%

BBL รายงานกำไรไตรมาส 3/58 ที่ 9.1 พันล้านบาท ลดลง 5% YoY แต่พิ่มขึ้น 13% QoQ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าคาด 13% และสูงกว่าที่ Bloomberg อยู่ 7% จากตัวเลขกำไรพิเศษที่มากกว่าที่เราคาดไว้ ธนาคารได้กำไรจากการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 1.67 พันล้านบาท (เราคาดว่า ธนาคารน่าจะได้กำไรเพียง 850 ล้านบาทเท่านั้น) กำไรก่อนการตั้งสำรองในไตรมาส 3/58 อยู่ที่ 14.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 36% QoQ ผลประกอบการ 9

ประเด็นหลักผลประกอบการ

สินเชื่อเพิ่มขึ้น 1.1% QoQ และ 1.6% YTD ที่ 1.81 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2558 จากสินเชื่อ SME สินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อบ้านที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ ส่วนต่างดอกเบี้ยของธนาคารเพิ่มขึ้น 18 bps QoQ ที่ 2.10% ในทำนองเดียวกัน สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 87.5% ณ สิ้นเดือนก.ย. จาก 84.1% ณ สิ้นเดือนมิ.ย. รายได้ค่าธรรมเนียมปรับตัวเพิ่มขึ้น 23% YoY และ 13% QoQ ที่ 8.2 พันล้านบาท สูงกว่าที่เราคาดเล็กน้อย OPEX อยู่ที่ 10.9 พัน้ลานบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY แต่ลดลง 6% QoQ สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงเป็น 43.0% จาก 52.0% ในไตรมาสที่ผ่านมาและ 45.2% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตสูงกว่า OPEX และการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ

ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญไว้ที่ 4.9 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/58 เพิ่มขึ้น 47% YoY และ 67% QoQ สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อเพิ่มเล็กน้อย QoQ เป็น 2.8% ณ สิ้นเดือน ก.ย. จาก 2.5% ใน 3 เดือนก่อนหน้า ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 172.5%ในไตรมาส 3/58 ทั้งนี้ สินเชื่อกล่าวถึงพิเศษในไตรมาส 3/58 ลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมามากกว่า 0.2% QoQ หรือ 40 พันล้านบาทในไตรมาส 2/58 (ใกล้เคียงกับระดับปกติหรือ 2.2% ของสินเชื่อรวมจาก 2.3% ในไตรมาสที่ผ่านมา)

แนวโน้ม

เราคาดว่า BBL น่าจะรายงานผลประกอบการทรงตัวในไตรมาส 4/58 จากการตั้งสำรองสูงขึ้นและ OPEX

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เรายังคงประมาณการปี 2558 และ 2559 ไม่เปลี่ยนแปลง

คำแนะนำ

เราเชื่อว่า ธนาคารน่าจะสามารถรับมือกับภาวะไม่แน่นอนของเศรษฐกิจได้ดีกว่าธนาคารอื่นๆ เนื่องจาก 61% ของพอร์ตสินเชื่อเป็นสินเชื่อบรรษัท ซึ่งน่าจะฟื้นตัวก่อนสินเชื่อรายย่อย (หนี้ภาคครัวเรือนไทยยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 80%) ทั้งนี้ 16% ของพอร์ตสินเชื่อเป็นการปล่อยกู้ในต่างประเทศ (ส่วนใหญ่ใน CLMV) ในไตรมาส 3/58 สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่เพียง 2.8% เท่านั้น และยังมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงที่สุดในกลุ่มที่ 173% โดยธนาคารสามารถควบคุมคุณภาพของสินทรัพย์เป็นอย่างดีจากการที่สามารถควบคุมสินเชื่อกล่าวถึงพิเศษให้ลดลงต่อเนื่อง QoQ ในไตรมาส 4/58 (แทนที่จะเพิ่มขึ้นเหมือนบางธนาคาร) จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดีในปีหน้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐที่กำลังจะมาถึง เรายังปรับราคาเป้าหมายของ BBL ไปปีหน้าที่ 206 บาท/หุ้น อ้างอิงจาก PBV ปี 2559 ที่ 1.1 เท่า และยังคงคำแนะนำ ซื้อ