"ประยุทธ์"ถกกนย.สถานการณ์ราคายาง ชี้การชดเชยราคามากๆ เป็นอันตรายต่อข้อตกลงองค์การค้าโลก "อำนวย"เผย6มาตรการช่วยเหลือจะเข้าครม.อีก 2 สัปดาห์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่3 /2558 โดยมีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้แทนเกษตรกรสวนยาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมมีวาระติดตามสถานการณ์ ราคายางพารา และภายหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย รวมทั้งรับทราบรายงานการยุติโครงการปลูกยางพาราแห่งใหม่ ระยะที่ 3 รวมทั้งมีการพิจารณา การปรับปรุงองค์ประกอบ คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ และพิจารณา ผลการดำเนินโครงการ ทบทวน การดำเนินโครงการ พัฒนายางพาราทั้งระบบ รวมทั้งแนวทางการช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา
นายกฯ กล่าวว่า ยางพาราจะส่งออกไปขายยังต่างประเทศ แต่เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่พร้อมที่จะรับซื้อได้เท่าเดิมจึงต้องปรับแนวทาง ให้หันกลับมาใช้ยางพาราในประเทศมากขึ้น ส่วนความคืบหน้าในการจัดตั้งโรงงานยางพาราเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งแม้ตนเองจะไม่ได้ทำอาชีพปลูกยางพารา แต่หวังว่าแนวทางที่วางไว้จะเป็นแนวทางที่สามารถแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืนได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะปฏิรูปโครงสร้างของการผลิตและจำหน่ายยางพาราให้มีความยั่งยืน จะได้ไม่เกิดข้อขัดแย้ง โดยมีการพูดถึงการสร้างความเข้มแข็ง ปรับต้นทุนการผลิต การตลาด การใช้ยางในประเทศ ได้สั่งการไปให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาการใช้ยางสร้างถนน ดูว่าถนนเส้นใดบางต้องการใช้ยาง โดยปัญหามีคือราคายางสำหรับก่อสร้างถนนนั้นสูงขึ้น จึงต้องดูตามความเหมาะสม ยืนยันว่าจะใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้ประมาณ 10%เท่านั้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังพูดถึงการส่งเสริมการใช้ยางที่นำมาทำที่นอน สนามฟุตซอล ฯลฯ เพราะการทำเพียงถุงมืออย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากวันนี้มีการแข่งขันกับหลายประเทศ และผู้ประกอบการรายใหม่รับซื้อยางไปแล้วหลายบริษัท การใช้ยางทำสนามกีฬามีปริมาณมาก ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนในอุตสาหกรรมการผลิตยางในประเทศ วันนี้กำลังทำโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเมืองยาง หรือ รับเบอร์ซิตี้อยู่ ทั้งนี้ปัญหาเรื่องยางล้อรถยนต์ที่ราคาตกนั้น เป็นไปตามราคาน้ำมันที่ตกจึงทำให้มีการใช้ยางสังเคราะห์แทนเพราะราคาถูกกว่าใช้ยางดิบ อย่างไรก็ตามถ้าเราใช้ยางในประเทศได้มาก ไม่ต้องขายออก คิดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางของเรา
"ที่ประชุมวันนี้คุยกันดีมาก ทุกกลุ่มมาพูดกันหมด พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ได้ออกมาแล้ว และพอใจทุกคน ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในคณะกรรมการตามนโยบายยางของกฎหมายใหม่ และคณะอนุกรรมการต่างๆ วันนี้ไม่มีปัญหาแล้ว โดยเมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) มีการหารือถึงกลางดึกจึงได้ข้อยุติ ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆทั้งสิ้น และได้รับปากกันว่าจะเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรผู้ผลิตยาง ผู้กรีดยางด้วย วันนี้ต้องพูดกันถึง 3 ส่วน ทั้งเจ้าของสวน คนรับจ้างทำ และผู้กรีดยางที่ต้องดูแล แต่เรื่องการชดเชยเป็นอันตรายต่อข้อตกลงองค์การค้าโลก การชดเชยราคาส่วนต่างมากๆ ใช้ไม่ได้แล้ว โดยที่ผ่านมาก็ถูกจับตาดูเหมือนกัน วันนี้ต้องหามาตรการอื่น ช่วงสร้างความเข้มแข็ง ให้เขาช่วยตัวเองได้เมื่อราคายางตก เช่นการปลูกพืชเสริม การเลี้ยงสัตว์ ห่วงโซ่คุณค่า เชื่อมโยงการตลาด ทั้งชุมชนท้องถิ่น ภูมิภาค ไปสู่ประชาคมโลก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ในปีนี้คิดว่าจะมีอะไรขับเคลื่อนได้บ้าง เช่น การศึกษาลงทุนเรื่องสถานีทดสอบยางและยางยนต์ล้อ ซึ่งเราจะทำทั้ง 2 อย่าง เนื่องจากหลายประเทศต่างสนใจและจะได้ไม่ต้องส่งไปทดสอบยังต่างประเทศ ถือโอกาสสร้างสนามทดสอบรถยนต์ไปด้วย เพื่อจะได้มีคนมาใช้บริการ ทั้งนี้รัฐบาลไม่คิดแก้ไขปัญหาแล้วจบเป็นงานๆ แต่ต้องการแก้ไขทั้งระบบ ซึ่งทั้งหมดเป็นปัญหาปลีกย้อม แล้วกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้นจึงขอให้เห็นใจ เข้าใจการใช้งบประมาณของรัฐ เพราะภาครัฐมีปัญหาเรื่องรายได้ เรื่องเศรษฐกิจโลก เรื่องภาระหนี้สิน การลงทุน จึงฝากเกษตรกรว่า เราดูแลทุกภาคส่วนอยู่แล้ว ซึ่งบางอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ แต่ปัญหามีอย่างเดียวคือต้องลดต้นทุนการผลิต เพื่อให้ราคาต่ำลง มีส่วนต่างมากขึ้น ส่งผลให้ใช้เงินในการแก้ไขปัญหาน้อยลงด้วย
เผย6มาตรการช่วยเหลือเข้าครม.อีก 2 สัปดาห์
ด้านนายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติถึงมาตรการการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางว่า พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียม 6 มาตรการในการดูแลในการช่วยเหลือเกษตรกร อาทิ เรื่องตลาดเพื่อรองรับยางพารา มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และการจัดการองค์กรที่เกี่ยวข้องกับยาง ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในอีก 2 สัปดาห์
โดยมาตรการจะไม่อัดฉีดเงินเข้ากระเป๋าเกษตรกร แต่จะใช้วิธีเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ซึ่งการประชุมวันนี้เกษตรกรขอให้ช่วยเหลือโดยตรง โดยการขอเป็นเงินส่งตรงเข้ากระเป๋า แต่ทางรัฐบาลอยากให้ทำเป็นมาตรการที่ยั่งยืน ส่วนมาตราช่วยเหลือปัจจัยการผลิต 2,500 บาทต่อไร่ ต้องหาวิธีการว่าถ้าให้ไปแล้วเกษตรกรจะจัดสรรเงินอย่างไร จึงถือเป็นมาตรการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ส่วนเรื่องชดเชยส่วนต่างราคาทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยตกลงกันเป็นที่พอใจว่าจะไม่มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว
แกนนำชาวสวนยางพอใจรัฐบาลช่วยเหลือ
ขณะที่นายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยาง 14 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเครือข่ายชาวสวนยาง หรือการแสดงออกของชาวสวนยางตามกรอบของกฎหมายเป็นสิทธิคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง การแสดงออกต่างๆ ที่อยู่ในกรอบเกษตรกรชาวสวนยางมีสิทธิที่จะแสดงออก อย่างไรก็ตามมาตรการต่างๆที่วันนี้ได้มีการตกลงระหว่างกัน ทั้ง นายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ สิ่งที่เราเรียกร้องคือการช่วยเหลือ ซึ่งวันนี้ชัดเจนว่าหากใช้ประเด็นเรื่องของส่วนต่างอาจขัดกับประเด็นขององค์การการค้าโลก (WTO) จึงมีมติว่าอะไรก็ได้ที่ไม่ก่อให้เกิดความหนักใจต่อรัฐบาล ความช่วยเหลือดังกล่าวได้หยุดเลือดที่ไหลของเกษตรกรชาวสวนยาง โดยเฉพาะคนกรีดยางที่ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือมาก่อน ส่วนรายละเอียดความช่วยเหลือนั้นในสัปดาห์หน้าก็จะมีการประชุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของภาคเกษตรกรก็ใช้วิธีที่ให้เขาสะท้อนมาว่าเขาต้องการอะไรไม่ใช่การกำหนดจากข้างบน ทั้งนี้เราพอใจเพราะการช่วยของรัฐบาล เพราะการช่วยเหลือไปถึงคนกรีดยางด้วย
"การหารือที่ประชุมซึ่งในระยะที่หนึ่งเราต้องให้ยาพาราเซตามอล คือการหยุดเลือด การทำอย่างไรที่จะเพิ่มรายได้ใน 10 ไร่ให้เพิ่มขึ้น ต้องส่งเสริมความเข้มแข็งและความมั่นคง ในระยะกลางคือ การใช้มาตรการ 44 สั่งการให้มีการใช้ยางในประเทศ เพื่อเป็นการลดปริมาณยาง ซึ่งนายกได้กำหนดเป้าหมายในการใช้ยางพารานั้นมีประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ จะมีการสั่งในหน่วยงานราชการใช้ยางภายในประเทศ เพื่อลดปริมาณยางที่ตกค้างอยู่ และส่งเสริมให้เกษตกรรวมกลุ่มกันเป็นผู้ประกอบการภายในชุมชน อาทิ การทำอุตสาหกรรมยางพารา เราต้องส่งเสริมให้เกษตกรรวมกลุ่มกันเป็นผู้ประกอบการภายในชุมชน อาทิ หากจะทำอุตสาหกรรมหมอนยางพาราเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือนก็ได้ สุดท้ายระยะยาวต้องใช้ พรบ.การยาง เป็นเครื่องมือและกลไกในการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น" นายสุนทร กล่าว









