ตลาดหลักทรัพย์ เผย ผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน 6 เดือนข้างหน้า พบว่าส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มแย่ลง
น.ส. สุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เกี่ยวกับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2558 พบว่า ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (CEO) ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2558 มีแนวโน้มแย่ลง ซึ่งตรงกันข้ามจากการสำรวจในครั้งก่อนที่คาดว่าเศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตัว และ CEO คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปี 2558 จะเติบโตลดลงไปอยู่ในช่วงน้อยกว่าร้อยละ 2 และคาดว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมมีทิศทางที่แย่ลงเช่นเดียวกับการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ
สำหรับปัจจัยสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนหลังปี 2558 ยังคงเป็นนโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่ CEO คาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวจะมีบทบาทต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศที่ลดลง ภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และ CEO เริ่มให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกที่ไม่เติบโตตามที่คาดการณ์และเริ่มมีผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น
ส่วนแนวโน้มการดำเนินธุรกิจ CEO ส่วนใหญ่คาดผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 จะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 58 ของ CEO ที่ตอบแบบสอบถามคาดว่ารายได้ของบริษัทปี 2558 จะเติบโตมากกว่าร้อยละ 3 และ ร้อยละ 41 คาดว่ารายได้ของบริษัทปี 2558 จะเติบโตมากกว่าร้อยละ 6 ขณะที่การรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ บริษัทจดทะเบียนให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ด้านการตลาดให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ด้านการลงทุนบริษัทจดทะเบียนให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในต่างประเทศแต่เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน ขณะเดียวกันบริษัทฯ ให้ความสนใจกับการบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น และมีข้อสังเกตว่า 1 ใน 4 ของบริษัทจดทะเบียนที่วางแผนลดอัตราการจ้างงานซึ่งสูงกว่าการสำรวจครั้งที่ผ่านมา
ด้านแนวโน้มการลงทุน ร้อยละ 60 ของบริษัทฯ ที่ตอบแบบสอบถามมีแนวโน้มลงทุนเพิ่มขึ้น ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยแหล่งเงินทุนที่สำคัญในการขยายการลงทุนยังคงเป็นกำไรสะสม การกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ และการออกหุ้นกู้ภายในประเทศ เมื่อพิจารณาการลงทุนต่างประเทศ พบว่าร้อยละ 47 ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามมีการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ลงทุนน้อยกว่าร้อยละ 25 ของเงินลงทุนทั้งหมดของบริษัท และเน้นการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน









