วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 20 ตุลาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลัง GDP จีนในไตรมาส 3/2558 โตต่ำสุดในรอบ 6 ปี ที่ 6.9%

- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2558 ขยายตัวที่ระดับ 6.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 หรือหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก และปรับตัวลดลงจากไตรมาส 2 ที่ 7.0% แต่ยังคงมากกว่าที่คาดว่าจะเติบโตที่ระดับ 6.8% ทั้งนี้ การเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงของ GDP จีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกดังกล่าว ทำให้ตลาดเกิดความกังวลต่อความต้องการใช้น้ำมันที่อาจชะลอตัวลงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า อัตราการเติบโตในไตรมาส 3 ดังกล่าว จะเป็นระดับต่ำสุดของปี เนื่องจากธนาคารกลางจีนอาจมีมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงไตรมาสที่ 4 เพื่อสร้างแรงผลักดันให้เศรษฐกิจจีนในปีนี้เติบโตในระดับที่คาดการณ์

- นอกจากนั้น ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดัน หลังมีการคาดการณ์ว่าอิหร่านและประเทศมหาอำนาจตะวัน (P5+1) จะสามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ได้เป็นผลสำเร็จภายในปลายปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้มาตรการคว่ำบาตรในการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านสิ้นสุดลง โดยอิหร่านคาดว่าจะสามารถปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้ทันทีประมาณ 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายใน 1 สัปดาห์หลังมาตรการคว่ำบาตรถูกยกเลิก ซึ่งทำให้ตลาดเกิดความกังวลต่อปริมาณอุปทานที่จะยังคงอยู่ในสภาวะล้นตลาดอย่างต่อเนื่อง

- สำนักข่าวรอยเตอร์ คาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 ต.ค. 58 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 464.9 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันเบนซินและกลุ่มน้ำมันสำหรับทำความร้อนคงคลังคาดว่าจะปรับตัวลดลง 1.0 ล้านบาร์เรล และ 1.3 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 146.3 ล้านบาร์เรล และ 220.3 ล้านบาร์เรล ตามลำดับ โดยมีสาเหตุหลักจากกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ที่ปรับลดลง 0.5% มาอยู่ที่ระดับ 85.5%

+ โรงกลั่น Bayway กำลังการผลิต 275,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในแถบชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐ จำเป็นต้องปรับลดกำลังการผลิตลงจากเหตุขัดข้องของระบบไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 19 ต.ค. 58 ที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์น้ำมันเบนซินที่เริ่มปรับลดลงหลังเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว และอุปทานที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีเนื่องจากการกลับมาดำเนินการตามปกติของโรงกลั่นหลังการปิดซ่อมบำรุง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงหนุนของอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากประเทศเวียดนามและแอฟริกาตะวันตก ประกอบกับอุปทานในภูมิภาคเอเชียเหนือที่ยังคงอยู่ในสภาวะตึงตัวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดีเซลยังคงมีแรงกดดันจากอุปทานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. เนื่องจากการกลับมาดำเนินการตามปกติของโรงกลั่น

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวที่กรอบ 45-50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ตลาดน้ำมันดิบยังคงประสบกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาด โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้คาดการณ์ว่าตลาดน้ำมันโลกจะยังคงประสบกับภาวะน้ำมันล้นตลาดจนถึงปีหน้า ในขณะที่การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังจากที่อิหร่านบรรลุข้อตกลงเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับชาติมหาอำนาจตะวัน (P5+1) เพื่อแลกกับยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรแล้วนั้น อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้อุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินเพิ่มขึ้นอีก

- จับตาท่าทีของธนาคารกลางจีนว่าจะมีมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่ หลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดยอดการนำเข้าของประเทศประจำเดือน ก.ย. เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ปรับลดลงเกือบร้อยละ 18 ซึ่งการลดลงของยอดนำเข้าอย่างมีนัยสำคัญชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจที่จีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 และผู้นำการซื้อขายสินค้าของโลก กำลังประสบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ในขณะเดียวกัน จีนยังได้รับผลกระทบจากการลดลงของความต้องการในตลาดสำคัญของโลก ซึ่งส่งผลให้การส่งออกในช่วงเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาปรับลดลงร้อยละ 1.1

- อัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) คาดการณ์อัตราการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ของสหรัฐ ในเดือน พ.ย. จะชะลอตัวลงราว 93,000 บาร์เรล จากเดือน ต.ค. เป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน สู่ระดับ 5.12 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดานในสหรัฐ บางส่วนชะลอการผลิตและขุดเจาะน้ำมันดิบจากภาวะราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำ

- ตลาดคลายความกังวลเรื่องประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยรายงานการประชุมของ Fed ประจำวันที่ 16-17 ก.ย. บ่งชี้ว่า Fed อาจจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อน โดยระบุว่ากรรมการหลายคนของธนาคารกลางสหรัฐ มีความเห็นว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมานั้น กดดันให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเผชิญกับความเสี่ยงช่วงขาลง

- ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศซีเรีย หลังจากรัสเซียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นของกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ในซีเรียอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เครื่องบินกองทัพสหรัฐ ได้ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองกำลังกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรียเพื่อใช้รบขับไล่กลุ่ม IS

                                                             -----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999