วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอเชีย เวลท์ ปรับเป้าดัชนี 1,550-1,600 จุด

ที่ผ่านมาตลาดเริ่มลดความกังวลเรื่องที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลง โดยคาดว่าจะขึ้นในต้นปีหน้า

โดยหากดูตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ 2 ตัวที่ออกมา ทั้ง CPI ที่ออกมาดีมาก และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานที่ลดลง แต่หุ้น Wall street กลับปรับตัวขึ้นขณะที่ราคาพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลง ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณว่าสภาพตลาดการเงินเริ่มเป็นปกติมากขึ้นซึ่งที่ผ่านมาสภาพแบบนี้เคยเกิดแล้ว 2-3 ครั้ง แต่เกิดปัญหาเรื่องกรีซ และเรื่องจีนลดค่าเงิน ทำให้ตลาดกลับเป็นไม่ปกติ ทำให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลงระนาว ตอนนี้เม็ดเงินทุนกลับมาไหลเข้าตลาด Emerging market ชัดเจนขึ้น ทั้งในภูมิภาคเอเชีย และไทยเอง โดยคาดว่าในสัปดาห์นี้จะยังคงมีเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามาอยู่สะท้อนโดยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน 

ด้านปัจจัยติดตาม สัปดาห์นี้เป็นช่วงกลางของการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3 ของสหรัฐ ที่ผ่านมากลุ่มธนาคารได้ประกาศผลการดำเนินงานมา 4 แห่งได้แก่ Citigroup, Well Fargo Bank, Bank of America Chase, และ Goldman Sachs ซึ่งมีทั้งดี และไม่ดี ปะปนกันไป ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ต่างคาดว่า ผลประกอบการโดยรวมน่าจะไม่ค่อยดี เนื่องจาก ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ทำให้กำไรที่ไม่ใช่ในรูปของเงินดอลลาร์เมื่อคำนวณกลับมาเป็นดอลลาร์จึงไม่ดีนัก ประกอบกับการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทของสหรัฐ ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจในจีนเยอะพอสมควรกำไรลดลงไปด้วย

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3 ของไทย ซึ่งภาคธนาคารจะออกมาไม่ค่อยดี จากประเด็นการสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (NPL) เพิ่มขึ้น ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เช่น ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ส่วนกลุ่มพลังงาน ไม่น่าจะเลวร้ายมากนัก ที่ไม่ดีน่าจะเป็น ปตท.สผ. ที่ยังเกิด Impairment Lossหรือการขาดทุนทางบัญชีจากเงินลงทุนในบ่อน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติมีการเสื่อมค่าลงจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการของปตท.สผ. ในไตรมาส 2 และ 3 ออกมาไม่ดี ซึ่งเหตุการณ์นี้กระทบต่อ ปตท.สผ. และ ปตท. ไปด้วย อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวไม่เกี่ยวกับโรงกลั่น เช่น BCP หรือ TOPเพราะค่าการกลั่นดีขึ้น


สำหรับกรอบ SET Indexในสัปดาห์นี้ มองกรอบที่สูงขึ้น ที่ระดับ 1,402-1,430 จุด

ปรับเป้าดัชนี : แม้จะมีปัจจัยบวกจากความกังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ ที่หมดไป และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเริ่มชัดเจนขึ้น แต่ตลาดยังคงมีความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจจีนทำให้ บล.เอเชีย เวลท์ ปรับเป้าดัชนีปีนี้ จาก 1,650 จุด เหลือ 1,550-1,600 จุด โดยคาดว่าจะมีกำไรของบริษัทจดทะเบียน (EPS growth) ที่ระดับ 15% อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend yield)ที่ 3% และ P/E ratio ที่ 14 เท่าโดยแนะนำลงทุนในหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 

หุ้นแนะนำสัปดาห์นี้ คือ BCP ของบมจ. บางจากปิโตรเลียม ที่เมื่อจบไตรมาส 3 แล้ว คาดว่า ไม่น่าจะเกิด Inventory lossอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ โดย BCP มีค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งขึ้นและคาดว่า ปีนี้กำไรจะเติบโตกว่า 600% ส่วนปีหน้ากำไรจะโต ประมาณ 10% ด้านธุรกิจ Green energy ที่มีอยู่ คือ Solar Farm กำลังมีแผนจะแยกบริษัทเป็น BCPG เพื่อจดทะเบียนใน SET ปีหน้าซึ่งจะทำให้มีรายได้และมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก โดยเราให้ราคาเป้าหมายที่ 40.90 บาท