วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.พาณิชย์เร่งเครื่องด่านสะเดาแห่งที่2 คู่ขนานเขตศก.พิเศษ

"อภิรดี" รมว.พาณิชย์ เร่งเครื่องด่านสะเดาแห่งที่2 คู่ขนานเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา

วันนี้(16 ต.ค.) ที่ด่านพรมแดนไทย -มาเลเซีย นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ,นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างด่านพรมแดนไทย-มาเลเซียที่บริเวณด่านสะเดาส่วนขยายเนื้อที่ 20 ไร่ ที่มีการดำเนินการก่อสร้างอาคารและปรับภูมิทัศน์แล้วเสร็จพร้อมรอการเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้

  โดยมีนายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.สงขลา ,นายกรีชา เกิดศรีพัันธ์  นายด่านสะเดา รวมถึงนายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา คอยต้อนรับพร้อมแนะนำสถานที่ พร้อมกันนี้คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางต่อไปยังพื้นที่การก่อสร้างด่านสะเดาแห่งใหม่เนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ที่อยู่ถัดไปห่างด่านปัจจุบันประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับพื้นที่เพื่อเดินหน้าก่อสร้างด่านสะเดาแห่งใหม่ทันที ภายใต้งบประมาณ 1,630 ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาด่านแออัด

นางอภิรดี เปิดเผยว่า  ด่านศุลกากรสะเดา เป็นด่านที่มีมูลค่าการค้าชายแดนที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคประมาณ 3 แสนล้านบาท เมื่อรวมกันด่านปาดังเบซาร์ที่อยู่พื้นที่อ.สะเดาเหมือนกันจะมีมูลค่าการค้าชายแดนสูงถึึง 5 แสนล้านบาทต่อปี  ซึ่งล่าสุดในส่วนของด่านสะเดาส่วนขยายระยะที่ 1 ที่ก่อสร้างใหม่ด้วยงบประมาณ 77 ล้านบาทใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการวางระบบ โดยเฉพาะเครื่องเอ็กซเรย์สัมภาระที่คาดว่าต้นปีหน้าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ 

ขณะที่ส่วนของด่านสะเดาแห่งใหม่นั้นมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเดินทางมาวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าและหารือผู้ประกอบการภาคเอกชนถึงแนวทางการผลักดันการค้าชายแดนให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก รวมถึงหารือเกี่ยวกับความร่วมมืของ 2ประเทศที่จะต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน เช่น การจัดตั้งพื้นที่ควบคุมร่วมกัน (Common Control Area)และข้อตกลงการค้าอื่นๆเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาที่คาดว่าจะใช้พื้นที่ในโซนเดียวกันในการกำหนดให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการภาคเอกชนและธุรกิจการค้าชายแดน  รวมถึงข้อจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 

 เช่น โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน (อันตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี) โครงการประกันสินเชื่่อระยะที่ 5 เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมถึงการเชิญชวนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนทำธุรกิจในเขตพื้นที่ของฝั่งไทย

ด้านนายกรีชา กล่าวว่า วันนี้ด่านสะเดามีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นมาก จากเดิมมีพื้นที่เพียง 10 ไร่ทำให้สภาพการให้บริการแออัดกระทั่งโครงการขยายด่านสะเดาเพื่อเพิ่มศักยภาพบนเนื้อที่ 20 ไร่ ทำให้ด่านมีเนื้อที่บริการเพอิ่มขึ้นรวมเป้น 30 ไร่ ซึ่งขณะนี้แล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการแล้ว ทำให้พื้นที่ด่านสะเดาโดยภาพรวมมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งคาดว่าในอนาคตอีก3ปีข้างหน้าหากด่านสะเดาแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่การก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถเข้ามารองรับการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการค้าชายแดนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากจะมีการแยกกันชัดเจนระหว่างด่านสะเดาเดิมที่จะเน้นการท่องเที่ยวในการผ่านเข้า-ออกด่าน ขณะที่ในส่วนของสินค้าและรถบรรทุกต่างๆก็จะถูกแยกให้ไปใช้บริการด่านสะเดาแห่งใหม่ที่มีพื้นที่กว้า่งพร้อมรองรับการบริการมากถึง 600 ไร่ 

ขณะที่นายสมพร กล่าวว่า มั่นใจว่าในอนาคตหากด่านสะเดาทั้ง 2 แห่งสามารรถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการจะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนในพื้นที่เพิ่มจากเดิมเป็นเท่าตัว เนื่องจากด่านสะเดาในวันนี้มีความพร้อมในทุกด่าน ทั้งในส่วนของด่านสะเดาทั้ง2 แห่ง และด่านปาดังเบซาร์ที่อยู่ห่างออกไปซึ่งมีจุดเด่นในส่วนของกาารเป็นด่านที่รองรับระบบรางที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซียได้เป้นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ในส่วนของการพัฒนาพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ชัดเจน โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคมที่ล่าสุดมีการปรับปรุงถนนเลียบด่านจากด่านสะเดาไปยังด่านปาดังเบซาร์ที่มีระยะทางประมาณ 30 กืโลเมตรซึ่งอนาคตจะเป็นเส้นทางคมนาคมที่สนับสนุนการค้าและการท่องเท่ี่ยวได้เป็นอย่างดี