วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

GUNKUL - ซื้อ

คาดกำไร 2H15 เติบโตกว่า 2 เท่าตัวจาก 1H15

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับไฟฟ้าครบวงจร : GUNKUL ประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจประกอบด้วย 1) ธุรกิจผลิตและจัดหาอุปกรณ์ไฟฟ้า (Trading) 2)ธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน (EPC) 3)ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (Electric sales) โดยมีสัดส่วนรายได้ 89% 10% และ 1% ตามลำดับ อย่างไรก็ดีในอนาคตโครงสร้างรายได้ดังกล่าวนี้จะเปลี่ยนไปในปี 2017 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้และกำไรหลักจะมาจากธุรกิจ Electric Sales เพื่อลดความผันผวนของธุรกิจ Trading โดยบริษัทได้เข้าสู่ธุรกิจ Electric Sales ตั้งแต่ปี 2011 จนถึงปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 44 MW และกำลังดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 500 MW ในปี 2017

- คาด 2H15 กำไรจะเติบโต 232% จากครึ่งปีแรก : คาดว่าใน 2H15 บริษัทจะมีกำไรราว 513 ล้านบาทเติบโตกว่า 232% จาก 1H58 ที่มีกำไร 221 ล้านบาทจากแรงหนุนในธุรกิจ EPC และ Trading ที่เติบโตจากช่วงครึ่งปีแรกอย่างมากจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น โดยเราคาดว่า 3Q15 จะมีกำไรราว 314 ล้านบาทซึ่งจะสูงที่สุดในปีนี้ และคาดว่ากำไรจะลดลงใน 4Q15 มาอยู่ที่ราว 199 ล้านบาทจากรายได้ธุรกิจ Trading ที่ปรับตัวลงหลังทยอยส่งมอบงานส่วนใหญ่ในไตรมาส 3 ฝ่ายวิจัยประมาณการกำไรปี 2015 ราว 734 ล้านบาทเติบโต 36% จากปี 57 โดยมีมุมมองบวกต่อ 2H58 ที่กำไรเติบโตกว่า 232 % จากช่วง 1H58

- ปี 2017 มุ่งสู่กำลังการผลิตไฟฟ้า 500 MW : ในปัจจุบัน GUNKUL เป็นเจ้าของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโครงการต่างๆ รวม 44 MW และอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก 60 MW และพลังงานลมอีก 60 MW ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าได้ในปี 2016 นอกจากนี้ยังมีโครงการที่มีสัญญาขายไฟฟ้าและอยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้างอีก 184 MW (พลังงานแสงอาทิตย์ญี่ปุ่น 64 MW และพลังงานลม 120 MW) ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2017 ได้ทั้งหมด อีกทั้งมีแผนเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของรัฐบาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลซึ่งผู้บริหารคาดว่าจะได้กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 90 MW และกำลังเจรจาลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมในญี่ปุ่นอีก 39 MW ส่งผลให้มีกำลังการผลิตรวม 477 MW ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้และส่งผลให้ในปี 2017 GUNKUL จะมีรายได้และกำไรหลักมาจากธุรกิจ Electric Sales

- แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 59 ที่ 26.00 บาท : ในอนาคตฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2017 หากโครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบทุกโครงการ ฝ่ายวิจัยทำการประเมินมูลค่าด้วยวิธี PEG โดยคาดการณ์ EPS ปี 2016 ราว 0.84 บาทต่อหุ้นและมีอัตราเติบโตที่ระดับ 31% ได้ราคาเหมาะสมปี 59 ที่ 26.00 บาทซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุด จึงแนะนำ “ซื้อ”