ผลประกอบการ 3Q58 มีโอกาสฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
3Q58 คาดฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน 3Q58 บริษัทได้รับงานไฟฟ้าภูมิภาคทำให้สัดส่วนรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 2Q58 ที่มีกำไรสุทธิเพียง 1.5 แสนบาทและคาดว่าจะพลิกกลับมาเป็นกำไรอีกครั้งหลังจาก 1H58 บริษัทขาดทุนราว 8.5 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังได้ปัจจัยหนุนจากโครงการโซล่าฟาร์ม ซึ่งปัจจัยหนุนดังกล่าวทั้งสองปัจจัยเป็นตัวช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นด้วยจากการส่งมอบเป็นจำนวนมาก ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงมองว่าบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วและจะเริ่มฟื้นตัวตัวตั้งแต่ ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ทั้งนี้คาดว่า 3Q58 บริษัทจะมีกำไรสุทธิประมาณ 21 ล้านบาท เติบโตสูงมากจากช่วง 2Q58 ซึ่งเป็นช่วง Low-season ของบริษัท
ปี 2558 คาดกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น 80% YoY ผลประกอบการบริษัทโดยปกติแล้ว 2H58 จะเป็นช่วง High season ของบริษัทโดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4 ที่เป็นช่วงส่งมอบงาน ณ สิ้นไตรมาส 3 บริษัทมีงานคงค้างรอการรับรู้ (Backlog) อยู่ในมือราว 460 ล้านบาท และคาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้ในช่วง 4Q58 มากราว 420 ล้านบาท นอกจากนี้คาดว่าช่วง 4Q58 จะมีการเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานต่างๆ ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้หม้อแปลงไฟฟ้าทำให้บริษัทมีโอกาสได้รับคำสั่งซื้อจากโครงการดังกล่าวเพิ่มหนุนให้รายได้เติบโตมากขึ้นจาก 3Q58 โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าปี 2558 บริษัทจะมีกำไรสุทธิประมาณ 99 ล้านบาทเติบโต 80% YoY
ขยายฐานลูกค้าตลาดใน-นอกประเทศหนุนผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศทำให้ในปี 2559 บริษัทมีโอกาสที่จะได้รับคำสั่งซื้อหม้อแปลงจากภาคเอกชนมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังได้รุกตลาดไปยังประเทศญี่ปุ่นซึ่งหากประสบความสำเร็จจะทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตขึ้นอีกมากเนื่องจากหม้อแปลงที่ส่งออกไปต่างประเทศมีมาร์จินที่ค่อนข้างสูงซึ่งจะช่วยหนุนให้กำไรสุทธิโตขึ้นตาม ทั้งนี้ข่าวการนำเสาไฟฟ้าลงใต้ดินนั้นแม้จะเป็นปัจจัยบวกให้กับบริษัท แต่คาดว่ายังคงเป็นเรื่องในระยะยาวเนื่องจากมีต้นทุนสูงในการนำลงใต้ดินส่งผลให้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดำเนินการ ซึ่งส่งผลให้การปรับเปลี่ยนนี้จะค่อยเป็นค่อยไปในบริเวณแคบ
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.90 บาท การเติบโตในปี 2558 ที่มีการเติบโตสูงและการฟื้นตัวของภาคเอกชนที่ผลักดันผลประกอบการของบริษัท ทั้งนี้มูลค่าเหมาะสมซึ่งประเมินจากวิธี PER ที่ 12เท่าและ EPS ปี 2558 ที่ 0.49 ได้เท่ากับ 5.90 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดปัจจุบัน ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำ “ซื้อ”







