ได้ผลิตรายการเพิ่มใน 2H58 หนุนกำไรโดดเด่น
ประเด็น
เมื่อวานนี้เราได้เข้าร่วมประชุมกับบริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVT มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
- ผู้บริหารได้ให้ข้อมูลแนวโน้มผลประกอบการใน 2H58 คาดว่าจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกจากที่ยอดขาย 3Q58 จะเติบโตราว 25% QoQ ส่วนใน 4Q58 รายได้คาดว่าจะเติบโตต่ออีก 10% QoQ เนื่องจาก TVT มีรายการทีวีใหม่เพิ่มขึ้น ได้แก่ The price is right และ ละครที่รับจ้างผลิต 2 เรื่องใน 4Q58 ภาพรวมปี 58 บริษัทยังคงเป้ารายได้เติบโต 25% อัตรากำไรสุทธิราว 11%
- แผนการก่อสร้างสตูดิโอแห่งใหม่คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ในเดือนธ.ค.นี้ 1 แห่ง และจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนเม.ย.59 อีก 2 แห่ง ทำให้บริษัทมีความสามารถที่จะรองรับการผลิตรายการและรับจ้างผลิตรายการได้มากขึ้นกว่าเท่าตัว
- ภายใน 4Q58 มีโอกาสเห็นดีลในการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจเดียวกันกลับบริษัท โดยปัจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา 2ราย โดย 1ราย ขนาดรายได้ราว 100-150 ล้านบาท น่าจะได้ข้อสรุปใน 4Q58 อีกรายขนาดรายได้ใกล้เคียงบริษัท น่าจะสรุปภายในกลางปีหน้า
ผลกระทบ / ความเห็น
- แนวโน้มกำไรคาดเติบโตดีกว่ากลุ่มผู้ประกอบการทีวี เราคาดว่าผลประกอบการของ TVT จะเติบโตดีกว่ากลุ่มผู้ประกอบการโทรทัศน์รายอื่นๆที่อยู่ในตลาด เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ส่วนใหญ่ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทำให้ส่วนใหญ่มีผลขาดทุน ในขณะที่ TVT ได้ผลบวกจากการที่กลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรายใหม่ๆเพิ่มขึ้นซึ่งต้องการนำคอนเทนส์มาลงช่อง
- มีมุมมองเป็นบวกต่อแผนซื้อกิจการ ซึ่งการเข้าซื้อกิจการธุรกิจสตูดิโอ และอีกรายที่เป็นธุรกิจรับจ้างผลิตรายการเช่นเดียวกับบริษัท จะเกิด synergy ทางธุรกิจช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับงานได้มากขึ้น และเกิดการประหยัดจากขนาด รวมถึงเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทอีกราวเท่าตัว ซึ่งตลาดยังไมรวมในประมาณการ ด้านแหล่งเงินทุนเรามองว่าไม่เป็นปัญหา ใน3Q58 บริษัทได้จ่ายชำระหนี้ทั้งหมดทำให้มีสถานะเป็น net cash จึงคาดว่าจะมีเงินสดภายในจากการดำเนินงานและการกู้ยืมเพียงพอต่อการซื้อกิจการ
คำแนะนำ / เหตุผล
- เรายังอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ TVT โดยในเบื้องต้นเรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ TVT ที่คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตโดดเด่นในช่วง 3 ปีข้างหน้า สวนทางกับผู้ประกอบการโทรทัศน์รายอื่นที่ยังมีผลขาดทุนจากการแบกรับต้นทุนธุรกิจทีวีดิจิทัล ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ราว 28 เท่า (อิงสมมติฐานรายได้เติบโต 25% และอัตรากำไรสุทธิ 11%) เทียบ P/E ของกลุ่มผู้ประกอบการทีวีที่เฉลี่ย 40 -50 เท่า และ P/E ของ TVT มีโอกาสปรับลดลงอย่างมากในปี 59 หากดีลในการเข้าซื้อกิจการสำเร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานกำไร และตลาดยังไม่ได้นับรวมในประมาณการ





