คาด 3Q58 รายงานขาดทุนสุทธิ -277%QoQ, -115%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
- คาด PTTEP แจ้งขาดทุนไตรมาส 3/58 ราว 2.33 พันล้านบาท : ฝ่ายวิจัยคาด PTTEP จะรายงานขาดทุนสุทธิในช่วง 3Q58 ราว 2,331 ล้านบาท -277%QoQ และ -115%YoY เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากไตรมาส 2 ขณะที่ราคาขายก๊าซธรรมชาติทรงตัวในไตรมาส 3 เนื่องจากไม่มีการปรับราคาเหมือนในไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาขายปิโตรเลียมเฉลี่ยของ PTTEP ปรับตัวลงกดดันกำไร อย่างไรก็ตามปริมาณการผลิตปิโตรเลียมเฉลี่ยในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 6,000 BOED สู่ระดับ 332,000 BOED เนื่องจากแหล่งผลิตในพม่าและไทยกลับมาดำเนินการผลิตตามปกติ ขณะที่ 3Q58 มีการตัดจำหน่ายหลุมแห้งประมาณ 70 ล้านดอลลาร์จากแหล่งสำรวจ M3 ในพม่าจำนวน 4 หลุม ส่วนต้นทุนในการผลิตอื่นๆ คาดว่าจะทรงตัวมีเพียงค่าเสื่อมราคาที่ปรับตัวลงประมาณ 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากการหยุดซ่อมบำรุงของแหล่งมอนทารา
- คาดมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและมีค่าใช้จ่ายทางภาษีประมาณ 5.61 พันล้านบาท : ในไตรมาส 3/58 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจาก 33.77 บาทต่อดอลลาร์(ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 58)สู่ระดับ 36.37 บาทต่อดอลลาร์(ณ สิ้นเดือนก.ย.58)หรืออ่อนค่าลง 2.6 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ PTTEP มีค่าใช้จ่ายทางภาษีเพิ่มขึ้น 221 ล้านดอลลาร์หรือ 8.04 พันล้านบาท(ค่าเงินบาทอ่อนค่า 1 บาทต่อดอลลาร์จะส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายทางภาษีเพิ่มประมาณ 85 ล้านดอลลาร์) นอกจากนี้ยังมีขาดทุนจากค่าเงินบาทและค่าเงินเรียลของบราซิล (PTTEP ลงทุนไป 200 ล้านเรียล) รวมประมาณ 30 ล้านดอลลาร์หรือ 1.09 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทมีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินประมาณ 100 ล้านดอลลาร์หรือคิดเป็น 3.52 พันล้านบาท
- ปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายจาก 127 บาทเหลือ 102 บาท : แม้ในไตรมาส 3 ฝ่ายวิจัยคาดว่า PTTEP จะรายงานขาดทุนสุทธิราว 2.33 พันล้านบาทแต่อาจจะไม่ใช่จุดต่ำสุดของปี 2015 เพราะ PTTEP มีความเสี่ยงในการตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์เพิ่มเติมหลังราคาน้ำมันปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวเฉลี่ยในกรอบ 45-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งการด้อยค่าดังกล่าวยังไม่รวมในประมาณการของเรา ส่งผลให้หากมีการตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์จะเป็นปัจจัยกดดันต่อกำไรของ PTTEP ทั้งปี 2015 โดยเราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการปี 2015 แต่ปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” เหลือ “ถือ” เพื่อให้สะท้อนภาพด้านลบในปัจจุบัน ในการประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF (ปรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยจาก 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหลือ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 102 บาทจากเดิมที่ 127 บาท









