"พล.อ.อนันตพร" เตรียมเสนอทบทวนนโยบายห้ามส่งออกน้ำมันดิบชี้เป็นทางออกที่ดีของประเทศ
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การสำรวจแหล่งดงมูลเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมตามรายงานเป็นการดำเนินการตามกฎหมายและดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานจะเสนอทบทวนนโยบายเดิมที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอความร่วมมือผู้ผลิตปิโตรเลียมห้ามส่งออกน้ำมันดิบและกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ออกหนังสือขอความร่วมมือผู้รับสัมปทานขายปิโตรเลียมที่ผลิตได้เพื่อใช้ภายในราชอาณาจักรเลขที่ พน. 3007/2608 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2557 เพราะปัจจุบันพบว่าน้ำมันดิบที่แหล่งใหม่ เช่น แหล่งวาสนาในอ่าวไทยพบ 4,000 บาร์เรล/วัน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับโรงกลั่นน้ำมันของไทยมีโลหะหนักสูง ดังนั้น การส่งออกจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับประเทศ เพราะได้รายได้และไม่ต้องลงทุนเพิ่มในการปรับปรุงโรงกลั่น นอกจากนี้ จะพิจารณาว่าในแหล่งผลิตอื่น ๆ หากน้ำมันดิบไม่เหมาะสมกับโรงกลั่นก็ควรจะอนุญาตส่งออกเช่นเดิม
พล.อ.อนันตพร ยังกล่าวด้วยว่า กระทรวงพลังงานเดินหน้าเรื่องราคาพลังงานสะท้อนต้นทุน โดยมีการดูแลผู้มีรายได้น้อยต่อเนื่องทั้งแอลพีจี/เอ็นจีวี ซึ่งในส่วนของภาษีสรรพสามิตเอ็นจีวีและแอลพีจีนั้น ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังพิจารณาว่าจะจัดเก็บเมื่อใด แต่ควรจะมีหลักการจัดเก็บภาษีเชื้อเพลิงให้เท่าเทียมกัน
“ขณะนี้เอ็นจีวีขายปลีกอยู่ที่ 13.50 บาท/ก.ก.ราคายังไม่สะท้อนต้นทุน ซึ่งจะขยับสะท้อนต้นทุนเมื่อใดรอดูความเหมาะสม หากดูจากต้นทุนราคาก๊าซแล้วจะลดลงต้นปี 2559 เมื่อนั้นก็จะขึ้นราคาขายปลีกเอ็นจีวีอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจะเป็น 14 บาทหรือไม่ก็ตอบไม่ได้ ส่วนการแยกท่อก๊าซของ ปตท.จะออกมาเป็นบริษัทหรือไม่ คงต้องดูเรื่องความมั่นคง หากไม่แยกก็มีข้อกำหนดคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่อนุญาตให้บุคคลที่3 เข้ามาใช้ท่อได้แล้วเช่นกัน” พล.อ.อนันตพร กล่าว
ทั้งนี้ แหล่งดงมูล จังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบด้วย หลุมผลิตดงมูล 3ST และหลุมผลิตดงมูล 5 โดยคาดว่าจะมีปริมาณสำรองเบื้องต้นประมาณ 35,000 และ 50,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตตามลำดับ โดยมีแผนจะผลิตก๊าซธรรมชาติได้ประมาณ 20 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งผลให้สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในระยะเวลา 15 ปี โดยก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้จะช่วยเสริมศักยภาพด้านการผลิตเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังสำรวจพบน้ำมันดิบเพิ่มในแหล่งวาสนาในอ่าวไทยและเริ่มดำเนินการผลิตปิโตรเลียมครั้งแรก โดยคาดว่ามีปริมาณสำรองน้ำมันดิบประมาณ 19.5 ล้านบาร์เรล และสามารถผลิตน้ำมันดิบได้สูงสุดประมาณ 10,000 บาร์เรลต่อวัน โดยมีระยะเวลาการผลิตประมาณ 7 ปี ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ ประมาณปีละ 1,300 ล้านบาทต่อปี









