วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อนันตพร'ยันปี59สัมปทานปิโตรฯ เร่งพลังงานทดแทน

"พล.อ.อนันตพร"เผยปี 59 ชัดเจนสัมปทานปิโตรเลียม เร่งรัดพลังงานทดแทน และเตรียมขยับราคาเอ็นจีวี

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า จากนี้ไปจนถึงปี 2559 ที่กำลังจะถึงจะมีนโยบายสำคัญ ๆ ที่พร้อมจะดำเนินการภายใต้นโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการดำเนินการตามแผนบูรณาการพลังงานระยะยาวของประเทศ หรือ Thailand Integrated Energy Blueprint 2558 – 2579 ซึ่งประกอบด้วย 5 แผนที่สำคัญ และแต่ละแผนฯ จะมีแนวทางดำเนินการที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงเวลา 1 ปีนี้ ได้แก่

1. แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2558-2579 หรือ PDP2015โครงการที่สำคัญ อาทิ การรับซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน จากโครงการโรงไฟฟ้าหงสาเครื่องที่ 3 ที่จะสามารถรับซื้อไฟฟ้าได้ 491 เมกะวัตต์ รวมไปถึงแนวทางการจัดการการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า ที่กระทรวงพลังงานพร้อมจะเร่งทำความเข้าใจและผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

2. แผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2558-2579 (Energy Efficiency Plan; EEP 2015) จะมีโครงการสำคัญ อาทิ แนวทางจัดการอาคาร/โรงงานควบคุม 11,662 แห่ง เริ่มมีการขึ้นทะเบียนผู้ตรวจสอบ และเริ่มใช้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบรายงานการจัดการพลังงาน มาตรการด้านขนส่ง เริ่มใช้อัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ตามการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น

3. แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 – 2579 (AEDP 2015) โครงการสำคัญ อาทิ เร่งรัดโครงการพลังงานทดแทนค้างท่อประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ โครงการโซล่าร์ในหน่วยงานราชการ/สหกรณ์ การออกมาตรฐานไบโอดีเซล B10 การผลักดันการผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัด หรือ CGB จากน้ำเสียโรงงาน เป็นต้น

4. แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2558–2579 (Oil Plan 2015) โครงการสำคัญ อาทิ ความชัดเจนในการปรับภาษีสรรพสามิต LPG เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง การทยอยปรับราคาแก๊สโซฮอล์ 91 ให้ใกล้เคียงกับแก๊สโซฮอล์ 95 การสนับสนุนการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเชื้อเพลิงแนวทางการขนส่งน้ำมันทางท่อ เป็นต้น

และ 5. แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติระยะยาว พ.ศ.2558 – 2579 (Gas Plan2015) โครงการสำคัญ อาทิ ความชัดเจนด้านการเปิดให้สำรวจและผลิตปิโตรเลียม แนวทางการบริหารจัดการแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่ใกล้หมดอายุ การจัดการโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติท่อส่งก๊าซบนบกเส้นที่ 5 

รมว.พลังงาน กล่าวว่า ราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(เอ็นจีวี) ในปัจจุบันยังไม่สะท้อนต้นทุน โดยราคาหน้าสถานีบริการอยู่ที่ 13.50 บาท/กก. ซึ่งกระทรวงฯ มีแผนจะทยอยปรับขึ้นราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถปรับขึ้นได้อีกครั้งภายในต้นปีหน้า 

"ในช่วงต้นปีหน้าแนวโน้มต้นทุนเอ็นจีวีจะลดลง ดังนั้นอาจขยับขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยก็จะสามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้"รมว.พลังงาน กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตของก๊าซหุงต้ม ภาคขนส่งและเอ็นจีวีใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของเอ็นจีวี ซึ่งในที่สุดก็จำเป็นต้องมีการเก็บภาษีสรรพสามิตเช่นเดียวกันเชื้อเพลิงชนิดอื่น