วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTC- ซื้อ

กำไรยังแข็งแกร่งแม้ภาวะเศรษฐกิจจะอ่อนแอ

- คาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q15F จะเพิ่มขึ้น 4% YoY และ 13% QoQ เป็น 526 ล้านบาท จากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 

- งบดุลยังคงแข็งแกร่งจากนโยบายการตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง โดยคาดว่า NPL coverage อาจจะสูงถึง 400% ใน 3Q15

- คงคำแนะนำซื้อ โดยขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2016 ที่ 125 บาท (จากเดิม 110 บาท) คิดเป็น P/E ปี FY16F ที่ 12.5x และ P/BV ที่3.1x

คาดว่ากำไรสุทธิจะแข็งแกร่งใน 3Q15F : หลังจากที่เราได้คุยกับผู้บริหารเมื่อวานนี้ เราพบว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 13% YoY ใน 3Q15 จากการดำเนินแคมเปญทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วง 9M15 เพิ่มขึ้นถึง 12%ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ประมาณ 8%เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 3Q15จะอยู่ที่ 526ล้านบาท (+4%YoY และ13% QoQ) โดยคาดว่าสินเชื่อจะโต 8% YoY และ 2% QoQนำโดยสินเชื่อบัตรเครดิต ในขณะที่คาดว่า NIM จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยเมื่อไม่นานมานี้ KTC ได้ออกหุ้นกู้ใหม่วงเงิน 5 พันล้านบาทโดยมีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วไม่ถึง 4% เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่มีอัตราดอกเบี้ย 5.5% เราคาดว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น 9% YoY ในขณะที่คาดว่า OPEX จะเพิ่มขึ้น 8% YoY และ 4% QoQจากค่าใช้จ่ายในการ outsource บริการติดตามหนี้ ทั้งนี้ KTC จะประกาศผลประกอบการ 3Q15 ในวันที่ 20 ตุลาคม 2015

งบดุลแข็งแกร่งโดยมีสัดส่วน loan loss coverage สูงเหนือคู่แข่ง : ผู้บริหารบอกว่า KTC ได้รับผลกระทบไม่มากนักจากกฎใหม่ในเรื่องของการติดตามหนี้เนื่องจากบริษัทมีมาตรการควบคุมหนี้เสียที่มีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากสัดส่วน NPLที่ต่ำเพียงแค่ 2.2% และอัตราความสำเร็จในการติดตามแก้ไขหนี้เสียที่อยู่ในระดับสูง เราคาดว่าบริษัทจะตั้งสำรองเพิ่ม 1.3พันล้านบาท คิดเป็น 9.5% ของสินเชื่อรวมใน 3Q15 จาก 10.0% ใน 2Q15 และ 9.0% ใน 3Q14นอกจากนี้ เรายังคาดว่า Loan loss coverage จะเพิ่มขึ้นเป็น 400% ใน 3Q15ซึ่งเราเชื่อว่าระดับการสำรองหนี้เสียที่อยู่ในระดับสูงของบริษัทจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของการกันสำรองในอนาคต

คงคำแนะนำ ซื้อ โดยขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2016 ที่ 125 บาท : เราคาดว่ากำไรสุทธิจะโต 20% CAGR (FY14-FY17F) จากสินเชื่อที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง NIM ที่สูง และ credit costที่ลดลงเราประเมินมูลค่า KTC โดยใช้วิธี GGM ใช้ ROE ระยะยาวที่ 26% และ COE ที่ 11.5% โดยราคาเป้าหมายของเราที่ 125 บาทคิดเป็น P/E ปี FY16F ที่ 12.5x และ P/BV ที่ 1.25x เราชอบ KTC จากแนวโน้มการเติบโตของกำไร คุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และ loan loss coverageที่สูงมาก ความเสี่ยงหลักได้แก่การที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ซึ่งอาจจะทำให้ credit costสูงกว่าที่คาดไว้