คาดขายยกล็อตไอพีสตาร์ในอินโดนีเซียคืบหน้าในไตรมาส 4/58
ประเด็นการลงทุน
ราคาหุ้น THCOM ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากข่าวการลาออกของคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง CEO ถึงแม้จะมีข่าวดังกล่าว แต่ถ้าพิจารณาในแง่ผลประกอบการของบริษัท เราก็ยังคงมั่นใจว่าธุรกิจหลักของบริษัทจะยังคงเติบโตแข็งแกร่งในช่วงตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2558 จนถึงปี 2559 รวมถึงอัพไซต์ของหุ้น THCOM ในช่วงไตรมาส 4/58 จนถึงครึ่งแรกของปี 2559 ที่จะมาจากการขายแบนด์วิธไอพีสตาร์สำหรับตลาดที่เหลือในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ และการขายแบนด์วิธดาวเทียมไทยคม 6 เพิ่มเติมสำหรับตลาดในแอฟริกา เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิที่ยังคงแข็งแกร่งในระยะยาว ซึ่งจะมาจากดาวเทียมไทยคม 7-9 ลาวเทเลคอมและการขายแบนด์วิธส่วนที่เหลือสำหรับดาวเทียมไอพีสตาร์และไทยคม 6
ส่องกล้องไตรมาส 3/58—กำไรหลักเติบโตแข็งแกร่ง YoY
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 215 ล้านบาท ลดลง 23% YoY และ 63% QoQ ในไตรมาสนี้ เราใช้สมมติฐานว่าบริษัทจะรับรู้กำไรจากการขายหุ้นอีก 2% ในซินเนอร์โทน (หลังหักภาษี) จากสัดส่วนที่เหลือ 3% ก่อนหน้านี้จำนวน 50 ล้านบาท ถ้าไม่รวมกำไรจากการขายหุ้นดังกล่าวและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 418 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 583 ล้านบาท เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง 24% YoY และ 2% QoQ กำไรหลักที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่งได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณที่เพิ่มขึ้นของดาวเทียมไทยคม 7 (65% ณ สิ้นเดือนก.ย.2558 เทียบกับ 58% ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2558 และเทียบกับไตรมาส 3/57 ซึ่งยังคงไม่มีการรับรู้รายได้จากดาวเที่ยมไทยคม 7 แต่อย่างใด ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ดาวเที่ยมไทยคม 7 ตั้งแต่กลางเดือนพ.ย.2557 เป็นต้นมา) การขายแบนด์วิธไอพีสตาร์ในอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 200 เมกะบิตต่อวินาที ยอดขายอุปกรณ์ผู้ใช้ปลายทางไอพีสตาร์ที่เพิ่มขึ้นในอินเดีย ผลกำไรสุทธิของลาวเทเลคอมที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีมาก และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ถึงแม้ว่าอัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 6 จะค่อนข้างทรงตัวที่ 67% แต่การเริ่มเปิดให้บริการเสริมในตลาดแอฟริกาจะส่งผลให้รายได้ดาวเทียมไทยคม 6 ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เป็นต้นไป
คาดได้ข้อสรุปขายแบนด์วิธไทยคม 7 ยกล็อตในไตรมาส 4/58
เราคาดว่าอัตราการเช่าใช้ช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 7 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 100% ก่อนสิ้นปี 2558 หรือเพิ่มขึ้นจาก 65% ณ สิ้นไตรมาส 3/58 ซึ่งรอการสรุปขายยกล็อตให้กับลูกค้ารายหนึ่งก่อนสิ้น ปีนี้ สำหรับแบนด์วิธส่วนที่เหลือของดาวเทียมไทยคม 6 ในแอฟริกายังคงประสบปัญหาขายยากเนื่องจากอุปทานช่องสัญญาณดาวเทียมล้นตลาดในตลาดแอฟริกาและการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงรุนแรง แต่การเปลี่ยนกลยุทธ์การขายไปเป็นบริการที่ครบวงจรมากขึ้นน่าจะส่งผลบวกมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/58 เป็นต้นไปส่วนดีลเรื่องการสว๊อปช่องสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 6 กับผู้ประกอบการดาวเทียมในยุโรปยังคงอยู่ระหว่างการเจรจา ณ ปัจจุบัน
เราคาดว่ายอดขายแบนด์วิธล่วงหน้า (พรีเซลล์) ของดาวเทียมไทยคม 8 จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 45-50% ในช่วงกลางปี 2559 (ตอนที่มีการยิงดาวเทียมไทยคม 8 ขึ้นสู่วงโคจร) ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 13% ณ สิ้นไตรมาส 3/58 โดยมีปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ของช่องเอชดีที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในส่วนของดาวเทียมไทยคม 9 (หรือไอพีสตาร์ 2) บริษัทได้ทำการยื่นขอใบอนุญาตสำหรับการให้บริการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมซึ่งมีอายุ 20 ปีจากกสทช. ซึ่งดาวเทียมไทยคม 9 จะมีคาปาซิตี้จำนวน 20 กิกะบิตต่อวินาที และจะต้องทำการขอให้กระทรวงไอซีทีประสานงานเรื่องคลื่นความถี่กับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (หรือไอทียู) ซึ่ง ณ ปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนว่าทางกระทรวงไอซีทีจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมจากดาวเทียมไทยคม 9 หรือไม่
การขายแบนด์วิธยกล็อตของไอพีสตาร์ในอินโดนีเซียน่าจะมีความคืบหน้าในไตรมาส 4/58
การขายแบนด์วิธไอพีสตาร์ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์มีความคืบหน้าดีมากจนถึง ณ ขณะนี้ โดยมีเป้าหมายที่ปิดการขายในรูปของการขายแบนด์วิธแบบยกล็อตสำหรับทั้งในสองตลาด เราคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าของการขายยกล็อตของไอพีสตาร์ให้กับบริษัทโทรคมนาคมรายหนึ่งในประเทศอินโดนีเซียก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งลูกค้ารายนี้จะคิดเป็น 6% ของคาปาซิตี้ของดาวเทียมไอพีสตาร์ทั้งหมด และอีกหนึ่งดีลสำหรับการขายยกล็อตให้กับผู้ประกอบการในประเทศฟิลิปปินส์คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 นอกจากนี้บริษัทยังคงอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าเอ็นบีเอ็นออสเตรเลียเพื่อที่จะให้ลูกค้าทำการต่อสัญญาดาวเทียมไอพีสตาร์ออกไปอีก 3 ปี (ในช่วงปี 2561-2564) หลังจากที่เอ็นบีเอ็นเพิ่งจะทำการต่อสัญญาไอพีสตาร์กับ THCOM ออกไปอีก 1 ปีสิ้นสุดปี 2560 เราคาดว่ามีแนวโน้มที่จะได้ข้อสรุปการต่อสัญญาของลูกค้าเอ็นบีเอ็นในช่วงกลางปี 2559 การขายแบนด์วิธไอพีสตาร์เพิ่มเติมในประเทศอินเดียถือว่ามีความคืบหน้าน้อยมาก ในส่วนของทีโอทีซึ่งเป็นลูกค้ารายหลักของไอพีสตาร์ในประเทศไทยยังคงยืนยันที่จะเช่าใช้ช่องสัญญาณไอพีสตาร์ 3 กิกะบิตต่อวินาทีเท่าเดิมและไม่มีความตั้งใจที่จะยกเลิกสัญญาไอพีสตาร์ที่มีกับ THCOM แต่อย่างใด









