ศึกปลากระป๋องปุ้มปุ้ย "สลิล โตทับเที่ยง" หอบหลักฐานร้อง "ดีเอสไอ" สอบใบเสร็จซื้อปลา เผยเสียหาย100ล้าน คาดใช้เวลาสืบสวน6เดือน
นายสลิล โตทับเที่ยง อายุ 55 ปี ในฐานะผู้ถือหุ้น บมจ.ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล (ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย) เข้าร้องทุกข์กับพ.ต.ต.วรณัณ ศริล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ขอให้ตรวจสอบ การปฎิบัติงานของผู้บริหารบมจ.ผลิตภัณฑ์กว้างไพศาล โดยคำร้องระบุว่า บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัมมหาชน ผลิตและจำหน่ายอาหารกระป๋องภายใต้เครื่องหมายการค้า ปลายิ้มและปุ้มปุ้ย โดยจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ในปี 2537
ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2547-ปัจจุบัน ได้มียักยอกเงินของบริษัทฯไปโดยมิชอบมีการทำหลักฐานใบเสร็จซื้อปลาอันเป็นเท็จ ประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้บริษัทสูญเสียรายได้และมีกำไรต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้ผู้ถือหุ้น ได้รับส่วนแบ่งเงินปันผลน้อยกว่าความจริง สร้างผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดหลักทรัพย์รวมถึงประชาชน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น จึงนำเรื่องมาร้องทุกข์กล่าวโทษโดยขอให้ดีเอสไอเนินคดีจนถึงที่สุด
“เอกสารสำคัญที่นำมาร้องทุกข์ต่อดีเอสไอเป็นเอกกสารที่กำลังจะถูกนำไปทำลาย ขณะที่ผมยังเป็นผู้บริหารบริษัทก็ไม่ทราบมาก่อนว่ามีเอกสารตัวนี้อยู่ จนกระทั่งมีผู้หวังดีนำมามอบให้ จากหลักฐานที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีความเสียต่อบริษัทประมาณ 100 ล้านบาท” นายสลิล กล่าว
ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัณ กล่าวว่า เบื้องต้นดีเอสไอจะรับคำร้องทุกข์ไว้และส่งให้สำนักคดีการเงินการธนาคารสืบสวนข้อเท็จจริงก่อน คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือนว่า จะรับคดีไว้สอบสวนหรือไม่ ส่วนรายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากไม่ต้องการให้ส่งผลกระทบต่อบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์








