ประเด็นหลักจากโรดโชว์ในประเทศ
ประเด็นการลงทุน
ในสัปดาห์ที่แล้ว เราได้เชิญคุณ ทัศพล แบเลเว็ลด์ CEO มาร่วมโรดโชว์ที่จัดขึ้นสำหรับนักลงทุนในประเทศ โดยภาพรวมเรารู้สึกว่านักลงทุนไม่มีความกังลต่อผลกระทบจากเหตุระเบิดในกรุงเทพฯที่ผ่านมาแล้ว ในปัจจุบันให้ความสนใจต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัทมากกว่า ในความเห็นของเราเรามองว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 4/58 – 1/59 ซึ่งเป็นในช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย โดยเราคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยหนุนราคาหุ้น AAV ส่วนด้านมูลค่าการซื้อขาย AAV ซื้อขายอยู่ที่ ระดับ PER ณ สิ้นปี 2559 เพียง 11.9 เท่า เท่านั้น ซึ่งนับว่าต่ำกว่าระดับ PER ที่ซื้อขายในช่วงวิกฤติทางการเมืองในปี 2557 อยู่มาก (ที่ 23 เท่า) โดยประเด็นหลักจากโรดโชว์ได้แก่:
ไฮซีซั่นในไตรมาส 4 น่าจะเกิดขึ้น
ผู้บริหารมั่นใจว่าเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมามีผลกระทบต่อจำนวนผู้โดยสารของบริษัท ไทยแอร์เอเชีย (TAA) น้อยมาก โดยส่งผลให้มีการเลื่อนกำหนดการเดินทางของลูกค้าชาวจีนไปเพียง 1% และมีการยกเลิกการจองแบบกลุ่มไปเพียง 3% ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุระเบิดเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันจราจรทางอากาศของ TAA ได้กลับมาดำเนินการอยู่ในระดับปกติแล้ว ในขณะที่อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารในไตรมาส 4/58 คาดว่าจะปรับสูงขึ้นไปอยู่ที่ 83% จาก 79% ในไตรมาส 4/57 และ 82% ในไตรมาส 3/58 ทั้งนี้ผู้บริหารกล่าวว่าช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีเป็นช่วงไฮซีซั่นของจำนวนผู้โดยสารและกำไรหลักของ TAA ผู้บริหารจึงมั่นใจว่าจำนวนผู้โดยสารในปี 2558 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 14.5 ล้านคนเติบโต 19% YoY รวมทั้งมีอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารที่ 83% จาก 80% ในปีที่แล้ว
การขยายเส้นทางบิน รวมทั้งฝูงบินจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 2559
TAA ได้ดำเนินการขยายจำนวนเที่ยวบินพร้อมทั้งเปิดบริการเส้นทางบินใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในปีนี้ โดยบริษัทได้เพิ่มเที่ยวบินขึ้น 4 เที่ยวบิน และขยายจุดบินเพิ่ม 4 แห่งในครึ่งแรกของปี 2558 รวมทั้งมีแผนขยายเครือข่ายการบินต่อเนื่องในครึ่งหลังของปี (ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Figure 1) ซึ่งนอกจากจุดบินปัจจุบันในประเทศไทย (ที่สนามบิน ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และกระบี่) TAA ได้เปิดจุดบินใหม่ ณ สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา (ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี) ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจุดบริการใหม่นี้จะเปิดให้บริการเที่ยวบินนานาชาติ 5 เที่ยวบิน (4 เมืองในประเทศจีน และ 1 เมืองในแถบอาเซียน ) รวมทั้งเที่ยวบินในประเทศอีก 1 เที่ยวบินในปีนี้
นอกจากนี้ TAA มีแผนเปิดจุดบินใหม่ในปี 2559 รวมทั้งเปิดเส้นทางบินใหม่ที่ครอบคลุมทั้งจุดหมายทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่เมืองเวียงจันทร์และเมือง หลวงพระบาง (ในประเทศลาว) รวมทั้งจุดหมายในประเทศอินเดีย ซึ่งจะมีสัดส่วนจุดหมายภายในประเทศ 35% และ ต่างประเทศ 65% ทั้งนี้จุดหมายต่างๆที่จะเปิดให้บริการในปี 2559 จะเพิ่มความหลากหลายต่อผู้โดยสารที่บริษัทให้บริการ (จากเดิมที่มี 20% ของผู้โดยสารทั้งหมดเป็นคนจีน) และจะช่วยหนุนราคาตั๋วเฉลี่ยด้วยเช่นกัน เนื่องจากโดยปกติราคาตั๋วเที่ยวบินต่างประเทศมีราคาสูงกว่าเที่ยวบินภายในประเทศ ในการรับมือกับการขยายเครือข่ายเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น TTA มีแผนขยายฝูงบิน 5 ลำต่อปี ซึ่งจะอยู่ที่ 50 ลำ ณ สิ้นปี 2559 จาก 45 ลำ ณ สิ้นปี 2558 (ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Figure 2) ส่งผลให้ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 11% YoY ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการจำนวนผู้โดยสารในปี 2559 ที่ 16 ล้านคน (เพิ่มขึ้น 11% YoY)
ได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง
ผู้บริหารกล่าวว่า TAA มีแนวโน้มที่จะได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวลงในปีหน้า ซึ่งต้นทุนน้ำมันเครื่องบินคิดเป็นสัดส่วน 38% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมดในครึ่งแรกปี 2558 ทั้งนี้ TAA ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงไว้คิดเป็น50%ของปริมาณการใช้ในปี 2558 ทั้งหมด และ 8% ของปี 2559 ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินของบริษัทจะอยู่ที่ 78 เหรียญต่อบาร์เรลในปี 2558 (ลดลง 33% YoY) และ 67 เหรียญต่อบาร์เรลในปี 2559 (ลดลงอีก 14%YoY)









