ราคาหุ้นตอบรับกับข่าวลบไปมากแล้ว
ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะระงับการตั้ง บ. ร่วมทุน เพื่อบริหารเสา 1.3 หมื่นต้นที่เป็นกรณีพิพาท
ADVANC ยืนยันว่าการเจรจาเพื่อตั้งบริษัทร่วมทุนกับ TOT เพื่อให้เช่าเสาโทรคมนาคม 1.3 หมื่นต้น ที่ ADVANC เคยใช้ในระหว่างให้บริการ 2จี ภายใต้สัมปทาน TOT ยังไม่มีการระงับ ทั้งนี้เสาจำนวน 1.3 หมื่นต้น เป็นทรัพย์สินที่เป็นกรณีพิพาทกันระหว่าง TOT และ ADVANC เพราะทั้ง 2 ฝ่ายต่างยืนยันในกรรมสิทธิ์ โดย ADVANC ได้ยื่นเรื่องต่อคณะอนุญาโตตุลาการตั้งแต่ปี 57 แต่ยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเสาโทรคมนาคมดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ TOT หรือไม่ และคาดว่าอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะมีข้อสรุปเพราะหากฝ่ายใดไม่เห็นด้วยกับคณะอนุญาโตตุลาการ ก็สามารถร้องต่อศาลปกครองต่อไปได้
ให้น้ำหนักน้อยต่อกรณีที่จะต้องสร้างเสาโทรคมนาคมใหม่แทน
หาก TOT จะไม่ให้ ADVANC ใช้เสาจำนวน 1.3 หมื่นต้น ที่เป็นกรณีพิพาทและ ADVANC ได้มีการติดอุปกรณ์ 3จี ไปแล้วนั้น (จากทั้งหมดที่มีอยู่ราว 2 หมื่นต้น) จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งคุ้มครอง ซึ่งในกรณีแย่สุด คือ ศาลฯมีคำสั่งคุ้มครอง จะทำให้ ADVANC ไม่สามารถใช้บริการเสาโทรคมนาคมดังกล่าวได้โดยหากต้องลงทุนสร้างเสาใหม่ คาดต้องใช้เงินลงทุน 1 ล้านบาทต่อ1 เสา หรือราว 1.3 หมื่นล้านบาท (คิดเป็นผลกระทบ 4.40 บาท/หุ้น) แต่เราให้น้ำหนักต่อกรณีนี้น้อย เพราะเชื่อว่าหากมีการร้องต่อศาลปกครอง จะมีผลไปในทางเดียวกันกับกรณีที่ บมจ. กสท. โทรคมนาคม (CAT)ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองไม่ให้ DTN (บ.ลูกของ DTAC ที่เป็นผู้ให้บริการ 3จี) ใช้เสาโทรคมนาคมภายใต้สัมปทานของ CAT ซึ่งศาลฯมีคำสั่งไม่ระงับการใช้งานบนเสาโทรคมนาคมที่กลุ่ม DTAC ได้ติดอุปกรณ์ 3จี ไปแล้ว เพียงแต่ไม่ให้ติดอุปกรณ์เพิ่มบนเสาโทรคมนาคมภายใต้สัมปทาน CAT อีก
เชื่อว่าจะมีทางออกในการยุติข้อพิพาทและใช้ประโยชน์จากเสาร่วมกัน
เราประเมินว่าในที่สุดแล้ว ADVANC และ TOT จะหาทางออกร่วมกันได้เพื่อยุติข้อพิพาทเนื่องจาก TOT ต้องการหารายได้อื่นมาชดเชยหลังจากสัมปทานคลื่นฯ 2จีของ ADVANC สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 58 โดยทางออกที่ดีสำหรับการยุติข้อพิพาทเรื่องเสาโทรคมนาคม 1.3 หมื่นต้น คือ (1)ตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อบริหารจัดการเสา(2) ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราฟันด์) หรือ (3)ทำสัญญาเช่าระยะยาวเรามองว่าการตั้งอินฟราฟันด์หรือทำสัญญาเช่าระยะยาวต้องใช้เวลาเพราะต้องตัดสินก่อนว่าTOT หรือ ADVANC มีกรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคม ในกรณีที่เกิดข้อ 2 หรือข้อ 3 เราประเมินว่า TOT ต้องการผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าส่วนแบ่งรายได้ที่เคยได้รับจาก ADVANC ในอัตรา 25% ของรายได้ค่าบริการ (โดยในปี 57 ADVANC จ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ TOT ราว 1.8 หมื่นล้านบาท หรือ คิดเป็นสัดส่วน6.1 บาท/หุ้น)
ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว
วานนี้ราคาหุ้น ADVANC ได้ปรับลง 2.65%ซึ่งคาดว่าได้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนจากทั้งกรณีพิพาทต่างๆกับ TOT ที่ยังไม่ชัดเจน และกำไรสุทธิ 3Q58 ที่น่าจะออกมาต่ำเพียง 8.7 พันล้านบาท (-12% QoQ, -3% YoY) ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นระดับต่ำที่สุดของปีนี้ และจะฟื้นตัวได้ใน 4Q58 จากผลบวกของฤดูกาล อีกทั้ง ADVANC เป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากปันผลสูง โดยคาดปันผลปี 58 ที่ 5.9% และยังมีปัจจัยบวกเรื่องการประมูล 4จี ในเดือนหน้า (พ.ย. 58) ที่คาดบริษัทจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากสุด เราจึงคงแนะนำ “ซื้อ”และคงประมาณการผลประกอบการของ ADVANC ไว้ตามเดิม









