วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 28 ก.ย.-2 ต.ค. 2558

“เงินบาทร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 9 ปี ขณะที่ดัชนี SET ปรับลดลงจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ”

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

- เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2549 ที่ 36.67 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางกระแสกดดันค่าเงินเอเชีย ก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในระยะที่เหลือของปีนี้ นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย รวมถึงสถานะขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ และแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ จากกลุ่มผู้นำเข้า (โดยเฉพาะในช่วงต้น-กลางสัปดาห์)

- สำหรับในวันศุกร์ (2 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 36.59 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 36.23 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (25 ก.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (5-9 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 36.40-36.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามประกอบด้วยมุมมองของตลาดต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ หลังการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดในระหว่างสัปดาห์ รวมถึงการเปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจโลกที่ทบทวนใหม่ของ IMF และผลการประชุมนโยบายการเงินของ BOJ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.ย. ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนส.ค. และบันทึกการประชุมเฟดรอบเดือนก.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจของตลาดการเงินในภูมิภาค น่าจะอยู่ที่การเปิดเผยตัวเลขทุนสำรองระหว่างประเทศของมาเลเซียและจีน



สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย

- ดัชนี SET ปรับตัวลดลงจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,346.35 จุด ลดลง 2.21% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 6.51% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 32,133.49 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 571.58 จุด ลดลง 2.98% จากสัปดาห์ก่อน

- ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากข้อมูลการส่งออกที่น่าผิดหวัง กอปรกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของธปท.ซึ่งตอกย้ำความกังวลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงเทขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามดัชนีปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อยในวันศุกร์ โดยมีแรงซื้อของนักลงทุนกลับมาบางส่วน จากคาดการณ์เชิงบวกเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (5-9 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,358 และ 1,375 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,333 และ 1,315 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดต่อจังหวะในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ส่วนเครื่องชี้ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ เครื่องชี้ภาคการผลิต ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ และบันทึกการประชุมเฟดรอบเดือน ก.ย. นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการประชุมนโยบายการเงินของ BOJ