เวสต์เทกซัสปรับลดลงจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในซีเรีย
-/+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐ ที่ลดลงในช่วงฤดูปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากสถานการณ์ความไม่สงบในซีเรีย หลังจากรัสเซียปฎิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายของกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ในซีเรียเมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) ที่ผ่านมา
-/+ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 25 ก.ย.ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.0 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 457.9 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิ่ง โอกลาโฮมา ปรับลดลง 1.1 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 53.0 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันเบนซินในคงคลังปรับเพิ่มขึ้นกว่า 3 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าทางที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 40,000 บาร์เรล
+ เครื่องบินรบของรัสเซียพร้อมด้วยอากาศยานรัฐบาลซีเรีย ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในหลายจังหวัดของซีเรียในวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ภายในไม่กี่ชั่วโมงภายหลังจากวุฒิสภาลงมติเป็นเอกฉันท์อนุญาตให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ส่งกำลังทหารเข้าซีเรียได้ โดยนายอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย แถลงการณ์ว่าเครื่องบินรบของรัสเซียได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายของกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ในซีเรียแล้ว พร้อมทั้งระบุว่าเป้าหมายดังกล่าวได้แก่ รถยนต์ และโกดังสินค้าที่เชื่อว่าเป็นของกลุ่ม IS นอกจากนี้ ปูตินได้ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ภายในประเทศว่า การปฏิบัติการคราวนี้เป็นการชิงจู่โจมก่อนที่นักรบของกลุ่ม IS จะพุ่งเป้าเข้าโจมตีรัสเซีย
+/- เฮอร์ริเคน 'โจควิน' (Joaquin) ในมหาสมุทรแอตแลนติก ทวีกำลังจากพายุโซนร้อนเป็นเฮอร์ริเคนระดับ 1 เมื่อวันพุธ (30 ก.ย.) และกำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่หมู่เกาะบาฮามาสในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ตอนกลางของหมู่เกาะ รวมถึงคลื่นสตอร์มเซิร์จ (Storm surge) ในภาคกลางของหมู่เกาะในวันนี้ (1 ต.ค.) และมีความเป็นไปได้ที่เฮอร์ริเคนโจควินอาจเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของสหรัฐ รวมถึง New York Harbor ซึ่งเป็นจุดส่งมอบหลักของน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลในสหรัฐ โดยสำนักพยากรณ์อากาศสหรัฐ ได้จำลองเส้นทางในระบบคอมพิวเตอร์ของสหรัฐ และพบว่าเฮอร์ริเคนโจควินอาจจะขึ้นฝั่งทางตะวันออกของสหรัฐ ในช่วงสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ พายุดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายแก่การขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในฝั่งตะวันออกของสหรัฐ และอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปของโรงกลั่น 9 แห่งในฝั่งตะวันออก (U.S. East Coast) ซึ่งมีความสามารถในการกลั่นราว 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อจากเวียดนาม ประกอบกับอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้นในช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นประจำไตรมาส 4 (Autumn refinery maintenance) ในสิงคโปร์ อินเดีย และมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม ตลาดมีแนวโน้มที่จะได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นในภูมิภาคตะวันออกกลางทยอยกลับมาดำเนินการหลังจากเสร็จสิ้นการปิดซ่อมบำรุง
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้นในช่วงฤดูปิดซ่อมโรงกลั่น ประกอบกับความต้องการซื้อจากเวียดนามและภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากภาวะอุปทานล้นตลาด โดยปริมาณน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานในคงคลังสิงคโปร์ ทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ราว 14 ล้านบาร์เรล
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจจีน หลังดัชนีภาคการผลิต (Caixin PMI) ขั้นต้นในเดือน ก.ย. ปรับตัวลดลงจาก 47.3 ในเดือน ส.ค. แตะระดับ 47 ต่ำสุดในรอบ 6 ปีครึ่ง ซึ่งตัวเลขที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 50 สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมภาคอุตสาหกรรมการผลิตของจีนยังคงชะลอตัวจากดัชนีราคาและอุปสงค์ภายนอกประเทศที่อ่อนตัว โดยตลาดยังคงจับตาดัชนีภาคการผลิต (PMI) ขั้นสุดท้ายในประจำเดือน ก.ย. ที่จะประกาศในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ ล่าสุดธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) เปิดเผยว่าอัตราการเติบโตของเขตเศรษฐกิจกำลังพัฒนาในเอเชียมีแนวโน้มว่าจะชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีนสร้างความเสียหายให้กับอุปสงค์โดยรวมในภูมิภาค นอกจากนี้ ADB คาดการณ์ว่าจีนที่เป็นกลไกหลักในการผลักดันอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลก จะขยายตัวที่ร้อยละ 6.8 ในปีนี้ ลดลงจากร้อยละ 7.2 ในการคาดการณ์ครั้งก่อน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปี เป็นต้นมา
- ตลาดมองว่าการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่คงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 0 - 0.25 ต่อไป เพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางของนโยบาย โดยนักลงทุนบางส่วนได้ปรับการคาดการณ์เรื่องเวลาที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยออกไปถึงปี 59 ถึงแม้ว่า Fed จะยังเน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะปรับขึ้นในปีนี้
- ผู้ผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปคยังคงไม่มีทีท่าว่าจะลดปริมาณการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบ โดยยังคงผลิตน้ำมันดิบเหนือระดับ 31 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยล่าสุดตัวแทนกลุ่มโอเปคจากคูเวตได้กล่าวในที่ประชุมที่สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตต์ว่ากลุ่มโอเปคยืนยันที่จะผลิตน้ำมันดิบในปริมาณที่สูงต่อเนื่อง เพื่อจะรักษาฐานลูกค้าไว้ไม่ให้เปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าสมาชิกในกลุ่มโอเปคอาจจะได้รับผลกระทบเรื่องราคาน้ำมันดิบตกต่ำก็ตาม
- จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่คาดว่าจะปรับลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐบางส่วนชะลอการผลิตและขุดเจาะน้ำมันดิบจากภาวะราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำ นอกจากนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง ซึ่งตลาดมองว่าการปรับลดลงนี้เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือน ก.ค.
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









