วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิศักดิ์'ชี้3ปัจจัยเสี่ยงกดดันจีดีพีปีนี้

"อภิศักดิ์" รมว.คลัง หวั่น "เฟดขึ้นดบ.-เศรษฐกิจจีน-น้ำมันร่วง" กดดันจีดีพีปีนี้ แต่มั่นใจศก. 59 โตกว่าปีนี้ที่ธปท.ประเมินที่ 2.7%

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยในงานเสวนา ตลาดการเงินไทย เดินหน้าเศรษฐกิจไทย จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท.ว่า ในปัจจุบันยอมรับว่าประเทศไทยต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน เช่น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากจะส่งผลให้เงินไหลกลับเข้าสู่ประเทศที่พัฒนาที่ให้ผลตอบแทนอัตราดอกเบี้ยสูง เศรษฐกิจจีนที่กำลังทรุดตัวลง แต่อย่างไรก็ตาม หลายกลุ่มยังมั่นใจว่าในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจจีนจะยังสามารถเติบโตได้ 7% ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับต่ำ

“การที่จีนบอกว่าจะโตได้ 7% นั้น เป็นแรงสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยโตตามได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยต่างๆข้างต้น ล่วนส่งผลให้จีดีพีไทยปีนี้ได้รับผลกระทบเช่นกัน ดังนั้นการเจริญเติบโตไทยที่เคยพึ่งพาการส่งออกตอนนี้คงไม่พอ สิ่งที่รัฐบาลพยายามเดินนโยบายตอนนี้ คือดำเนินการส่งออก ควบคู่ไปกับการดูแลเศรษฐกิจในประเทศด้วย”นายอภิศักดิ์ กล่าว

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 59 คาดว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี จะขยายตัวมากกว่าปีนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ประมาณการไว้ที่ 2.7% แน่นอน โดยจะมาจากการลงทุนภาครัฐและเอกชน และบูรณาการ เพื่อความยั่งยืนในอนาคต
สำหรับการดูแลเศรษฐกิจในประเทศที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย เนื่องจากในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว กลุ่มดังกล่าวจะได้รับผลกระทบเป็นลำดับแรก ประกอบการราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรด้วย ดังนั้นภาครัฐจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลผู้ที่มีรายได้น้อย ผ่านกองทุนหมู่บ้าน และโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท โดยยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวนั้นไม่ใช่นโยบายประชานิยมที่เคยทำมาอย่างแน่นอน

“เราไม่ได้ทำเพื่อประชานิยม การอัดฉีดเงินลงไป เพื่อให้เขาดำรงชีพไปได้ คนซึ่งกำลังลำบากน่าจะมีเงินเพื่อไว้ใช้จับจ่ายใช้สอยพอสมควร ส่วนเอสเอ็มอีก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวลง เอสเอ็มอีของไทยมี 1.9 ล้านราย เป็นกลุ่มลูกค้าเมื่อเศรษฐกิจลงจะมีปัญหา 2 เรื่อง คือค้าขายไม่ได้ เงินหมุนไม่ทัน อีกเรื่องคือเงินหมุนไม่ทัน จะขอสภาพคล่อง แบงก์ก็ไม่ปล่อยกู้ และกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของแบงก์ การออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่อง คาด 2 อันนี้จะช่วยผ่อนคลายขึ้นมาได้ ”นายอภิศักดิ์ กล่าว