วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus (28 ก.ย.58)

GDP สหรัฐฯเติบโตแข็งแกร่งสวนทางกับไทย

SET View

- แนวโน้ม วันนี้ เราคาดว่าวันนี้ SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านแรกที่ 1380 จุด (เส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน) อีกรอบ หากผ่านได้แนวต้านถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 1387 จุด อย่างไรก็ดี ระยะกลาง เรายังคงประเมินทิศทาง SET เป็นการแกว่งตัว sideway โดยมีกรอบบนบริเวณ 1405 จุด ซึ่งน่าจะมีแรงขายกดดันค่อนข้างมากตรงแนวต้านใหญ่นั้น ปัจจัยสำคัญคือความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งตลาดคาดว่า มีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ เพราะฉะนั้น กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ ยังคงเป็นการเก็งกำไรเป็นรอบ รอซื้อเมื่อ SET อ่อนตัว (บริเวณ 1355-1365 จุด) แล้วขึ้นไปขายที่กรอบบนบริเวณ 1400 - 1405 จุด

ประเด็นข่าว / ดัชนีเศรษฐกิจ

• Asian Development Bank (ADB) ปรับลดคาดการณ์ GDP ในปีนี้ของกลุ่มอาเซียนจากเดิม 4.9% YoY เหลือ 4.4% YoY ขณะที่ประเทศไทย ถูกปรับลด GDP ลงเช่นกันจาก 3.6% YoY เหลือ 2.7% YoY โดยหลักเนื่องจากอุปสงค์จากจีนที่ลดลง กดดันการส่งออกของภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ดี เนื่องจากคาดการณ์ของ ADB ใกล้เคียงกับ ธปท.และ Bloomberg consensus (ดูหัวข้อ Strategy Talk) ดังนั้น เรามองว่า ไม่มีผลกระทบเชิงลบต่อ Sentiment ของการลงทุนใน SET

• ผู้ว่าฯ รฟม. เปิดเผยความคืบหน้าของรถไฟฟ้าสายต่างๆดังนี้ รถไฟฟ้าสายสีม่วงจะเปิดให้บริการในเดือน ส.ค. 59 ส่วนการประกวดราคารถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี คาดเกิดขึ้นได้ใน 2Q59 สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ มีโอกาสเปิดประกวดราคาได้ใกล้เคียงกับสายสีส้ม เพราะได้เสนอโครงการเพื่อให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว

กลยุทธ์การลงทุน : ถือรอขายหรือเก็งกำไรสั้นหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว

- Top Daily Pick : INTUCH (มูลค่าเหมาะสม 98 บาท) ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมากจนทำให้ Dividend yield สูงจูงใจถึง 7.8% (คาดการณ์สำหรับปีหน้า) และ SAMTEL (มูลค่าเหมาะสม 23 บาท) คาดแนวโน้มกำไรฟื้นตัวอย่างมีนัยใน 2H58 จากงานในมือและการประมูลงานใหม่ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีงบประมาณ (สิ้นสุดเดือน ก.ย.) คาดภาครัฐจะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ

- Technical Pick : GLOBAL MAX CENTEL PYLON S (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

- Theme Plays : หุ้นท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเริ่มคลี่คลาย (MINT, ERW)/ ซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วม (GLOBAL, HMPRO)/ เก็งมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ (PS, LPN, SPALI, SIRI)


Strategy Talk

- คาดการณ์ GDP ใหม่ของ ธปท.ใกล้เคียงกับมุมมองของตลาด

• เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 2558 จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3% YoY เหลือ 2.7% YoY สำหรับปี 2559 จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 4.1% YoY ปรับลดลงเหลือ 3.7% YoY เนื่องจากการส่งออกและการใช้จ่ายภาคเอกชนที่แย่กว่าคาด โดย ธปท. ปัจจัยเสี่ยงต่อประมาณการจาก (1) เศรษฐกิจจีนและเอเชียชะลอตัวมากกว่าคาด (2) นักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ อาจเข้ามาน้อยกว่าคาด เนื่องจากเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ (3) การลงทุนภาครัฐอาจกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนได้น้อยกว่าคาดเพราะความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอยู่ในระดับต่ำ

• การคาดการณ์ GDP ปีนี้ของ ธปท.ในระดับ 2.7% YoY ค่อนข้างใกล้เคียงกับมุมมองของตลาด จากการรวบรวมข้อมูลของ Bloomberg ที่คาดไว้ เศรษฐกิจไทยจะเติบโต 2.8% YoY ดังนั้น เรามองว่า ไม่มีผลลบต่อบรรยากาศการลงทุนใน SET มากนัก

• ในทางตรงกันข้าม GDP 2Q58 ของสหรัฐฯในรอบที่ 3 (รอบสุดท้าย) ซึ่งรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขยายตัว 3.9% ดีกว่าคาดที่ 3.7% และดีขึ้นจากการรายงานรอบ 2 ที่ 3.7% เช่นกัน ซึ่งเป็นการยิ่งเพิ่มโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ (ฝ่ายวิจัย Bank of America Merrill Lynch หรือ BoAML คาดขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.) การดำเนินนโยบายการเงินที่สวนทางกันระหว่าง Fed และ กนง. (ฝ่ายวิจัยภัทรคาดคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปีนี้) ทำให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง โดย BoAML คาดการณ์ค่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2559 เท่ากับ 38 บาท/เหรียญฯ เป็นปัจจัยกดดันกระแสเงินทุนต่างชาติให้ไหลออกในช่วงนี้

ดัชนีเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้

29 ก.ย.   ดัชนีราคาบ้าน (S&P/Case-Shiller) ในสหรัฐฯ, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ

30 ก.ย.   อัตราว่างงานเยอรมัน, GDP 2Q58 ของอังกฤษ, ดัชนีเงินเฟ้อ (CPI) ยูโรโซน, สต๊อคน้ำมันรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

1 ต.ค.    PMI ของจีน, PMI เบื้องต้นยูโรโซน, ดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ

2 ต.ค.    อัตราว่างงานและการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ

            ปาฐกถาของผู้บริหาร Fed ในสัปดาห์นี้ (ติดตามมุมมองต่อนโยบายดอกเบี้ยของ Fed)***

28 ก.ย.  ประธาน Fed สาขาชิคาโก้ Charles Evans (สมาชิกผู้มีสิทธิ์โหวตปีนี้), ประธาน Fed สาขาซาน ฟรานซิสโก John Williams (สมาชิกผู้มีสิทธิ์โหวตปีนี้), สมาชิกบอร์ดของ Fed Daniel Tarullo (สมาชิกผู้มีสิทธิ์โหวตปีนี้)

30 ก.ย. ประธาน Fed สาขาเซ็นต์หลุยส์ James Bullard (ไม่มีสิทธิ์โหวตปีนี้)

1 ต.ค. ประธาน Fed สาขาซาน ฟรานซิสโก John Williams (สมาชิกผู้มีสิทธิ์โหวตปีนี้)

2 ต.ค. ประธาน Fed สาขาบอสตัน Eric Rosengren (ไม่มีสิทธิ์โหวตปีนี้), ประธาน Fed สาขาเซ็นต์หลุยส์ James Bullard (ไม่มีสิทธิ์โหวตปีนี้), รองประธาน Fed Stanley Fischer (สมาชิกผู้มีสิทธิ์โหวตปีนี้)