คาดผลประกอบการอ่อนตัวต่อเนื่องถึงไตรมาส 3/58
ประเด็นการลงทุน
เราเข้าร่วมการประชุมนักวิคราะห์ของ TISCO เมื่อวานนี้ โดยมีคุณชาตรี จันทรงาม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายควบคุมการเงินและบริหารความเสี่ยงเป็นผู้ให้ข้อมูล โดยผู้บริหารคาดว่า ธนาคารน่าจะได้รับผลกระทบน้อยลงจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญพิเศษสำหรับกรณีบริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ในช่วงไตรมาส 3/58 และสถานการธนาคารน่าจะกลับมาปกติได้ในช่วงไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป โดยเรายังคงคำแนะนำ ขาย จาก 1) แนวโน้มสินเชื่อเช่าซื้อยังคงอ่อนตัวในครึ่งปีหลังปี 2558 และครึ่งปีแรกปี 2559 2) แนวโน้มการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4/58 และปี 2559 ซึ่งอาจส่งผลให้มีดาวน์ไซด์ต่อการประมาณการกำไร และ 3) การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในกลุ่มสินเชื่อ SME และสินเชื่อบรรษัทในปีหน้า
การตั้งสำรองพิเศษกรณีสหวิริยา คาดถูกชดเชยด้วยการลดต้นทุน
ธนาคารวางแผนที่จะตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญสำหรับสินเชื่อของกลุ่มสหวิริยาในไตรมาส 3/58 ที่ 1.4 พันล้านบาท รวมกับสำรองปกติอีก 500 ล้านบาท โดยวางแผนที่จะลดผลกระทบจากการควบคุมต้นทุนบุคลากร ลดการตั้งสำรองตามปกติ การเพิ่มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและรายได้พิเศษอื่นๆ โดยคาดว่าการกระทำดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อผลประกอบการไตรมาส 3/58 น้อยลง ทั้งนี้การตั้งสำรองพิเศษสำหรับสหวิริยานั้นสอดคล้องกับที่เราประมาณการ ดังนั้นเรายังคงไม่เปลียนแปลงการประมาณการกำไรในปี 2558 และ 2559
คาดมีดาวน์ไซด์ต่อเป้าการเติบโตของสินเชื่อในปี 2558
ผู้บริหารเชื่อว่า อัตราการเติบโตของสินเชื่อในปี 2558 มีโอกาสที่จะต่ำกว่า 5% หลังจากธนาคารวางแผนที่จะตัดจำหน่ายหนี้ของสหวิริยา(UK) 3.4 พันล้านบาทในไตรมาส 3/58 เรามองว่า ธนาคารอาจต้องเผชิญหน้ากับการหดตัวของสินเชื่อมากกว่าที่เราคาดไว้ ทั้งนี้ เราคาดว่า สินเชื่อของ TISCO จะหดตัว 10% ในปี 2558 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้น 6% ในปีหน้า โดย 8 เดือนแรกของปี 2558 สินเชื่อสุทธิลดลง 13% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาดมาก
คาดผลประกอบการไตรมาส 3/58 ลดลง 17% YoY และ 10% QoQ
เราคาด บริษัทรายงานกำไรไตรมาส 3/58 ที่ 900 ล้านบาท ลดลง 10% QoQ และ 17% YoY โดยน่าจะเป็นผลจากการตั้งสำรองพิเศษกรณีสหวิริยาอย่างที่กล่าวไปข้างต้น และคาดบริษัทจะลดการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญตามปกติลง ปรับเพิ่มส่วนต่างดอกเบี้ย และลดต้นทุนในการดำเนินงาน เพื่อลดผลกระทบจากการตั้งสำรองก้อนใหญ่ให้เหลือน้อยที่สุด เราคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 3/58 อยู่ที่ 3.8% จาก 3.4% ในไตรมาสที่ผ่านมา ลดต้นทุนการดำเนินงานประมาณ 400 ล้านบาทและลดการตั้งสำรองตามปกติ 400 ล้านบาท ทั้งนี้ เราคาดกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียน่าจะเพิ่มขึ้น 25% YoY และ 22% QoQ ที่ 2.9 พันล้านบาทในไตรมาส 3/58






