วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TISCO - ซื้อ

การตั้งสำรองหนี้สูญกรณี SSI กดดันกำไร3Q58

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- กรณีลูกหนี้กลุ่มSSI กลายเป็น NPLกดดันกำไร 3Q58หดตัว29%YoY และ 23%QoQ : กรณีที่โรงถลุงเหล็กในอังกฤษหยุดผลิตทำให้หนี้ของกลุ่ม SSI กลายสถานะเป็น NPL โดยยอดหนี้รวมของกลุ่ม SSI ประมาณ 4.4 พันล้านบาท คิดเป็น 1.9% ของสินเชื่อสุทธิ ณ ปลายเดือนส.ค. 58 ที่ราว 2.3 แสนล้านบาท บนสมมติฐานใหม่ว่าหลักประกันมีค่าเท่ากับศูนย์ทำให้ผู้บริหารประเมินว่าจะต้องตั้งสำรองเพิ่มอีก 1.4 - 1.5 พันล้านบาทให้ครบ 100%ซึ่งผู้บริหารชี้แจงว่าส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานบ้างแต่ไม่มีสาระสำคัญบนสมมติฐานการตั้งสำรองหนี้สูญราว 1.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 55%QoQ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไร 3Q58 ลดลงราว 29%YoY และ 23%QoQ เหลือ 772 ล้านบาทซึ่งดีกว่าคาดการณ์เมื่อวานนี้เนื่องจากได้รับผลดีจาก 1) ต้นทุนการเงินที่ลดลงทำให้ spread ปรับดีขึ้น 2) รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากค่าปรับลูกหนี้ refinance 3) การปรับลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมลดลงราว 30%QoQ4) ค่าใช้จ่ายจ่ายสำรองหนี้สูญในส่วนของหนี้ปกติที่ลดลงจาก 2% ใน 2Q58 เหลือ 1.3% ในไตรมาสนี้จากระดับการเกิด NPL ที่เริ่มทรงตัวทั้งนี้ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ลดลง 8% เหลือ 3.9 พันล้านบาทซึ่งทำให้คาดการณ์กำไรปี 58 หดตัวราว 6%

- สินเชื่อปลาย 3Q58 มีแนวโน้มหดตัวจากปลายปี 58 : ปลายเดือนส.ค. 58 มียอดสินเชื่อสุทธิ 2.33 แสนล้านบาทลดลง 8.9% จากปลายปี 57ซึ่งเป็นผลกระทบจากพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อที่ยังหดตัวตามภาวะตลาดรถยนต์ที่ยังไม่ฟื้น การ refinance ของลูกหนี้ธุรกิจรายใหญ่มูลหนี้ราว 5.1 พันล้านบาท ประกอบกับการ write off สินเชื่อของกลุ่ม SSI ออกไปเกือบ 4 พันล้านบาททำให้สินเชื่อปลาย 3Q58 ยังมีแนวโน้มหดตัวจากปลายปีขณะที่ตัวเลข NPL มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปลายปี 57เช่นกันโดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากกลุ่ม SSI และNPL จากกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อที่เริ่มมีภาวะทรงตัวและกลุ่มสินเชื่อ SME ที่เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งนี้ ผู้บริหารชี้แจงว่าไม่มีนโยบายตั้งสำรองส่วนเพิ่มในไตรมาสนี้โดยจะตั้งสำรองตามเกณฑ์ที่ธปท.กำหนด ขณะที่ระดับการตั้งสำรองหนี้สูญใน 3Q58 มีแนวโน้มกลับสู่ระดับใกล้เคียงปกติที่ราว 1.3% ลดลดจาก 2% ใน 2Q58

- คงคำแนะนำ“ซื้อ”ปรับลดราคาเหมาะสมปี 58 เหลือ 45 บาทจากเดิม 50 บาท : ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ทำให้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ซึ่งอิง ProspectP/BV ที่ระดับ 1.3 เท่าลดลงจากเดิม 1.4 เท่า(กำไรลดลงทำให้ ROE ลดลง)และ Ke 12.5% ลดจากเดิม 50 บาทเหลือ 45 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด ทั้งนี้ ผู้บริหารยืนยันว่าฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งและยังมีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลใกล้เคียงกับ ปี 57 ที่จ่าย 2 บาท ฝ่ายวิจัยคาดการณ์เงินปันผลปี 58 ราว 1.99 บาท yield อยู่ในระดับน่าสนใจที่5.4%ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ“ซื้อ”