วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Property Sector - เท่าตลาด

ยอดจดทะเบียนมีโอกาสเติบโต.. คาดมาตรการภาครัฐช่วยหนุน

ยอดขอจดทะเบียนเดือน ก.ค. เติบโต 41% MoM

REIC รายงานตัวเลขยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียน ของเดือน ก.ค58 อยู่ที่ 1.03 หมื่นหน่วย เพิ่มขึ้น 41% MoM เกิดจากสินค้าทุกประเภทมียอดขอจดทะเบียนเพิ่มขึ้น โดยประเภทคอนโดมีเนียมมีอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงกว่ากลุ่มถึง 102% MoM อยู่ที่ 4.4 พันหน่วย ขณะเดียวกัน สินค้าแนวราบ (บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และ บ้านแฝด) มี ยอดจะเบียนรวมกัน 5.4 พันหน่วย เพิ่มขึ้น 7.4% MoM ซึ่งมีสัดส่วนมากสุด 53% เราคาดว่ายอดจดทะเบียนของที่อยู่อาศัยในเดือนถัดไปมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากแผนการโอนกรรมสิทธิ์ของผู้ประกอบการรายใหญ่ และแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้นใน 2H58

ยอดจดทะเบียนสะสมลด..จากคอนโดมีเนียมเอื้ออาธร

สำหรับยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนในช่วง 7M58 ที่ 6.2 หมืนหน่วย ลดลง 4% YoY สาเหตุจากการลดลงของที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมีเนียมที่ปรับลด 17% YoY อย่างไรก็ดีจากข้อมูลของสินค้าคอนโดมีเนียมที่ลดลงส่วนหนึ่งเกิดจากการจดทะเบียนคอนโดมีเนียมที่มาจาก บ้านเอื้ออาธร ซึ่งยอดสะสมช่วง 7M57 มีจำนวนสูงคือ 9.3 พันหน่วย แต่เมื่อเทียบกับ 7M58 มีเพียง 3.8 พันหน่วย ดังนั้นเมื่อเราตั้งสมมุติฐานโดยการไม่รวมตัวเลขของบ้านเอื้ออาธร พบว่ายอดจดทะเบียนของคอนโดมีเนียมจะลดลงเพียง 1.5% YoY ขณะเดียวกัน ที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ จากบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ที่ปรับเพิ่มขึ้น 12% YoY และ 37% YoY ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยจดทะเบียนของ 7M58 ที่ไม่รวมคอนโดมีเนียมเอื้ออาธร จะอยู่ที่ 5.8 หมื่นหน่วย เป็นตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้น 5.4% YoY โดยสินค้าแนวราบมีสัดส่วนที่มากกว่า

งานในมือช่วยผลักดันการเติบโต

สำหรับแนวโน้มที่อยู่อาศัยจดทะเบียนในช่วง ส.ค.-ธ.ค.เราคาดมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากงานในมือของผู้ประกอบการรายใหญ่ 7 แห่ง ที่เรารวบรวมตัวเลขงานในมือรอการรับรู้รายได้ในช่วง 2H58 ราว 7.2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันจากแผนของผู้ประกอบการมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ใน 2H58 อีกราว 1.5 แสนล้านบาท จะเป็นส่วนผลักดันการเติบโตของยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียน เติบโตจากปี 2557 ที่มีทีอยู่อาศัยจดทะเบียนโดยรวม 1.33 แสนหน่วย โดยยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนหลังจากรวมงานในมือของผู้ประกอบการปัจจุบันกรณีสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกำหนดจะทำให้ยอดจดทะเบียนอยู่ที่ระดับ 1.25แสนหน่วยแล้ว นอกจากนั้นเราคาดว่ามาตรการภาครัฐที่จะเกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยหนุนตัวเลขให้เติบโต

ระยะสั้นภาครัฐมีแผนเกื้อหนุน

เราคาดว่าช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า จะมีความชัดเจนต่อนโยบายความช่วยเหลือของภาครัฐมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขในการสนับสนุนระยะสั้น โดยเน้นแก้ปัญหาที่เกิดจากระบบการปล่อยสินเชื่อต่อการพิจารณาลูกค้าในปัจจุบันให้มีความคล่องตัวภายใต้ความเหมาะสม อย่างไรก็ดีอาจมีปัจจัยเสี่ยงของการชะลอการซื้อในช่วงหนึ่งเพื่อรอความชัดเจนของมาตรการดังกล่าว เราคาดกลุ่มลูกค้าที่ได้ประโยชน์จะอยู่ที่ในระดับกลาง-ล่าง เป็นโอกาสให้กับบริษัทที่มึกลุ่มลูกค้าในกลุ่มดังกล่าวที่มีสัดส่วนมากกว่า 50% เช่น LPN PS ขณะเดียวกันให้ความสนใจบริษัทที่ปัจจุบันมีการซื้อขายในระดับ PE ต่ำ เพียง 6-7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 9 เท่า เช่น SPALI AP และ SIRI