วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (24 ก.ย.58)

ปัจจัยภายนอกกดดัน ภายในหนุนตลาด

คาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ปัจจัยภายนอกเป็นลบจากความวิตกเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้นหลังตัวเลขภาคอุตสาหกรรมสหรัฐยูโรโซนและจีน ล่าสุดอ่อนแอลงในขณะที่ Fed ยังอาจปรับดอกเบี้ยขึ้น แต่ปัจจัยภายในประเทศเป็นบวกในเรื่องที่นักท่องเที่ยวจีนยังคงมีแนวโน้มหลั่งไหลมาไทย ข่าวมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่จะประกาศออกมาน่าจะหนุนหุ้นในกลุ่มนี้ และกลุ่มก่อสร้าง


หุ้นเด่นวันนี้: LPN (ราคาปิด 17.50 บาท, NR, Bloomberg 58TP Bloomberg 19.02 บาท)

บมจ.แอลพีเอ็น ดีเวลลอปเมนต์ น่าจะมีผลประกอบการที่ยังคงแข็งแกร่งได้ต่อเนื่องจากมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ยังเติบโตได้ช้า แต่ยอดขายของบริษัทในไตรมาส 2/58 เพิ่มขึ้น 112.2% เป็น 5.03 พันลบ. ขณะที่กำไรเติบโต 124.1% เป็น 822.3 ลบ. LPN ตั้งเป้ายอดขายปีนี้เติบโต 42% เป็น 17 พันลบ. จาก 12 พันลบ. ในปีก่อน ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการในมือที่ยังไม่ได้ส่งมอบ 14.5 พันลบ. โดย 3.5 พันลบ. จะถูกโอนในไตรมาส 4/58 และส่วนที่เหลือจะถูกโอนในปีหน้า บริษัทยังจะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้น SMEs ของรัฐบาลได้แก่ การปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 100 พันลบ.ผ่านธนาคารออมสินซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นแก่กลุ่มผู้มี่รายได้ปานกลางและเพิ่มอำนาจซื้อ นอกจากนี้ รมว. การคลังจะประกาศแผนสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะประกาศรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์หน้าซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตของยอดขายของ LPN ได้ ตามประมาณการของ Bloomberg Consensus คาดว่ากำไรต่อหุ้นของ LPN จะเติบโต 31% ในปีนี้ ชะลอลงเป็นขยายตัว 9% ในปี 59 ในทางเทคนิคคอล ได้เกิดสัญญาณซื้อในรายวัน หากในปลายสัปดาห์ วันศุกร์ LPN สามารถปิดเหนือ 18.10 และปิดเหนือ 17.70 ในวันสุดท้ายของเดือน ซึ่งหมายความว่าจะเกิดสัญญาณซื้อในรายสัปดาห์และรายเดือน ตามมลำดับ โดยราคาน่าจะปรับขึ้นไปทดสอบเบื้องต้นที่ 18.90 (แนวต้าน: 17.80, 18.10, 18.80; แนวรับ 17.20, 16.90, 16.20)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• รอประกาศแผนกระตุ้นผู้ซื้อบ้าน รมว. กระทรวงการคลัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ เปิดเผยว่ามาตรการกระตุ้นระยะสั้นเพื่อช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านให้ได้เงินกู้จากธนาคารจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคก่อสร้าง คาดว่าจะประกาศภายในสองสัปดาห์นี้ ล่าสุดคือการเสนอการลดหย่อนค่าโอนเหลือ 0.02% จาก 2% และค่าธรรมเนียมจดจำนองเหลือ 0.01% จาก 1% จากราคาบ้านที่มูลค่าต่ำกว่า 2 ลบ. (The Nation)

• สายการบินของไทยอาจถูกแบนจากเกาหลี สายการบินต่างชาติหกรายจากสามประเทศได้แก่ รวมถึงสายการบินของไทยที่ดำเนินงานในเกาหลีใต้กำลังถูกมองว่ามีข้อกังวลด้านความปลอดภัย ICAO ได้ประกาศรายชื่อ 14 ประเทศที่พบข้อกังวลดังกล่าวในเดือน ก.ค. ซึ่งมีสายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติไทยสี่รายที่ทำการบินไปกลับเกาหลีใต้ (The Nation)

• อียูปฏิเสธการขยายเวลาให้ประมงไทย คณะกรรมการยูโรยืนยันว่าไม่ได้ขยายกำหนดเวลาให้แก่ไทยในการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย โดยรายงาน IUU ของยูโรปขัดแย้งกับรายงานของไทยที่ออกมาในสัปดาห์ก่อน ประเทศไทยอาจเผชิญกับมาตราการที่มิใช่ภาษีห้ามส่งออกอาหารทะเลหลังถึงกำหนดเส้นตายของอียูในเดือน ต.ค. หากการประมงผิดกฏหมายยังมีอยู่ทั่วไป (Bangkok Post)

• การท่องเที่ยวในประเทศยืดหยุ่นขึ้น สมาคมการท่องเที่ยวไทยจีนกล่าวว่านักท่องเที่ยวชาวจีนมีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นหลังเหตุการณ์ระเบิดวันที่ 7 ส.ค. ที่ศาลเอราวัณ โดยการฟื้นตัวครั้งสำคัญน่าจะเริ่มในช่วงวันหยุดยาวของจีนเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. และจะฟื้นตัวเต็มที่ในช่วงปีใหม่และตรุษจีน (Bangkok Post)

• BEC (33.25 บาท) ยอมรับว่าปีนี้ผลการดำเนินงานของช่อง 3 ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญน่าจะมีรายได้ลดลง 5-10% เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชลอตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการเกิดช่องดิจิตอลใหม่ เพื่อรักษายอดการใช้จ่ายของลูกค่า บริษัทจะปรับปรุงผังโปรแกรมให้รายการมีคุณภาพและเพิ่มรายการที่นำรุปแบบมาจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น (The Nation)

ต่างประเทศ:

• แนวโน้มเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย การเติบโตของภาคการผลิตทั่วโลกที่ชะลอตัวและกรณีอื้อฉาวของโฟล์คสวาเกนทำให้นักลงทุนหวาดผวา: จากการที่นักลงทุนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นของสหรัฐ การเติบโตของภาคการผลิตของจีน สหรัฐและยุโรปที่ชะลอตัวได้เขย่าขวัญนักลงทุน และยังมีกรณีอื้อฉาวของบริษัทโฟล์คสวาเกนที่บิดเบือนข้อมูลปล่อยมลพิษซึ่งเพิ่มความกลัวให้กับนักลงทุนว่าวิกฤตครั้งนี้จะกลายเป็นภัยคุกคามเยอรมนีซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป (Reuters)

• กรณีอื้อฉาวของบริษัทโฟล์คสวาเกนที่บิดเบือนข้อมูลปล่อยมลพิษอาจก่อให้เกิดวิกฤตในเยอรมนีจากความกลัวว่าจะมีการเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ ในฐานะเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สุดของเยอรมนี บริษัทเป็นหนึ่งในนายจ้างที่ใหญ่ที่สุดของประเทศด้วยมีพนักงานมากกว่า 270,000 คนในประเทศและมีพนักงานในส่วนที่ทำงานกับซัพพลายเออร์อีกด้วย หากยอดขายของบริษัทในอเมริกาเหนือดิ่งลงในเดือนถัดมา จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเยอรมันโดยรวม บ.โฟล์คสวาเกนมียอดขายรถเกือบ 600,000 คันในสหรัฐในปีที่แล้ว หรือคิดเป็นประมาณ 6% ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลกของบริษัท (9.5 ล้านคัน) สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐหรืออีพีเอได้กล่าวหาว่าบริษัทได้บิดเบือนข้อมูลปล่อยมลพิษในตอนที่ทดสอบเครื่องยนต์และกล่าวว่าบริษัทอาจถูกปรับเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ซึ่งมากกว่ากำไรจากผลการดำเนินงานของบริษัทในปีก่อน ถึงแม้ว่าค่าปรับดังกล่าวอาจจะเกินกว่าที่ครอบคลุมไว้ประมาณ 2.1 หมื่นล้านยูโร (2.4 หมื่นล้านดอลลาร์) แต่บริษัทได้ถือเงินดังกล่าวในรูปของเงินสดแล้วในตอนนี้ กรณีอื้อฉาวดังกล่าวเพิ่มความกลัวว่าจะมีการปรับลดตำแหน่งงานครั้งใหญ่ (Reuters)

สหรัฐ:

• หุ้นในตลาดวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อวันพุธ จากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ร่วงลงเนื่องจากข้อมูลภาคการผลิตของจีนและสหรัฐที่อ่อนแอซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น จากผลประกอบการที่ออกมาในช่วง 2 สัปดาห์ นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนและผลกำไรของบริษัทสหรัฐที่ทำธุรกิจในต่างประเทศ (Reuters)

• ตัวเลขภาคการผลิตในเดือนก.ย. ของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี จากรายงานของมาร์กิต ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 53 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเดือนส.ค. และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 55 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PMI จะอยู่ที่ระดับ 53 ในเดือนก.ย. ตัวเลขดัชนีที่เกินกว่า 50 หมายถึงมีการขยายตัวในภาคการผลิต (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน หลังจากหุ้นยานยนต์ นำโดย Volkswagen ดีดตัวกลับเป็นบวก หุ้นท่องเที่ยวปรับตัวขึ้น แต่หุ้นธนาคารปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์เตือนว่าหุ้น Volkswagen ที่ดีดกลับแรงมาจากการปิดสถานะของการยืมหุ้นมาขาย(Reuters)

• ธุรกิจยูโรโซนขยายตัวช้าลงในเดือน ก.ย. ดัชนี PMI รวมโดย Markit ของเขตยูโรโซนในเดือน ก.ย. อยู่ที่ 53..9 ลดลงจาก 54.3 ในเดือน ส.ค. นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลงไปอยู่ที่ 54.1(Reuters)

• ประธาน ECB มาริโอ ดรากี้ ส่งสัญญาณยังไม่ขยายมาตรการ QE มูลค่าปัจจุบัน 1.1 ล้านล้านยูโร แม้ตระหนักว่า เศรษฐกิจเกิดใหม่ชะลอตัวลง เงินยูโรแข็งค่าขึ้น และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังร่วง(Reuters)

• การท่องเที่ยวในประเทศยืดหยุ่นขึ้น สมาคมการท่องเที่ยวไทยจีนกล่าวว่านักท่องเที่ยวชาวจีนมีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นหลังเหตุการณ์ระเบิดวันที่ 7 ส.ค. ที่ศาลเอราวัณ โดยการฟื้นตัวครั้งสำคัญน่าจะเริ่มในช่วงวันหยุดยาวของจีนเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. และจะฟื้นตัวเต็มที่ในช่วงปีใหม่และตรุษจีน (Bangkok Post)

• BEC (33.25 บาท) ยอมรับว่าปีนี้ผลการดำเนินงานของช่อง 3 ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญน่าจะมีรายได้ลดลง 5-10% เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชลอตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการเกิดช่องดิจิตอลใหม่ เพื่อรักษายอดการใช้จ่ายของลูกค่า บริษัทจะปรับปรุงผังโปรแกรมให้รายการมีคุณภาพและเพิ่มรายการที่นำรุปแบบมาจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น (The Nation)

ต่างประเทศ:

• แนวโน้มเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย การเติบโตของภาคการผลิตทั่วโลกที่ชะลอตัวและกรณีอื้อฉาวของโฟล์คสวาเกนทำให้นักลงทุนหวาดผวา: จากการที่นักลงทุนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นของสหรัฐ การเติบโตของภาคการผลิตของจีน สหรัฐและยุโรปที่ชะลอตัวได้เขย่าขวัญนักลงทุน และยังมีกรณีอื้อฉาวของบริษัทโฟล์คสวาเกนที่บิดเบือนข้อมูลปล่อยมลพิษซึ่งเพิ่มความกลัวให้กับนักลงทุนว่าวิกฤตครั้งนี้จะกลายเป็นภัยคุกคามเยอรมนีซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป (Reuters)

• กรณีอื้อฉาวของบริษัทโฟล์คสวาเกนที่บิดเบือนข้อมูลปล่อยมลพิษอาจก่อให้เกิดวิกฤตในเยอรมนีจากความกลัวว่าจะมีการเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ ในฐานะเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สุดของเยอรมนี บริษัทเป็นหนึ่งในนายจ้างที่ใหญ่ที่สุดของประเทศด้วยมีพนักงานมากกว่า 270,000 คนในประเทศและมีพนักงานในส่วนที่ทำงานกับซัพพลายเออร์อีกด้วย หากยอดขายของบริษัทในอเมริกาเหนือดิ่งลงในเดือนถัดมา จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเยอรมันโดยรวม บ.โฟล์คสวาเกนมียอดขายรถเกือบ 600,000 คันในสหรัฐในปีที่แล้ว หรือคิดเป็นประมาณ 6% ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลกของบริษัท (9.5 ล้านคัน) สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐหรืออีพีเอได้กล่าวหาว่าบริษัทได้บิดเบือนข้อมูลปล่อยมลพิษในตอนที่ทดสอบเครื่องยนต์และกล่าวว่าบริษัทอาจถูกปรับเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ซึ่งมากกว่ากำไรจากผลการดำเนินงานของบริษัทในปีก่อน ถึงแม้ว่าค่าปรับดังกล่าวอาจจะเกินกว่าที่ครอบคลุมไว้ประมาณ 2.1 หมื่นล้านยูโร (2.4 หมื่นล้านดอลลาร์) แต่บริษัทได้ถือเงินดังกล่าวในรูปของเงินสดแล้วในตอนนี้ กรณีอื้อฉาวดังกล่าวเพิ่มความกลัวว่าจะมีการปรับลดตำแหน่งงานครั้งใหญ่ (Reuters)

สหรัฐ:

• หุ้นในตลาดวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อวันพุธ จากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ร่วงลงเนื่องจากข้อมูลภาคการผลิตของจีนและสหรัฐที่อ่อนแอซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น จากผลประกอบการที่ออกมาในช่วง 2 สัปดาห์ นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนและผลกำไรของบริษัทสหรัฐที่ทำธุรกิจในต่างประเทศ (Reuters)

• ตัวเลขภาคการผลิตในเดือนก.ย. ของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี จากรายงานของมาร์กิต ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 53 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเดือนส.ค. และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 55 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PMI จะอยู่ที่ระดับ 53 ในเดือนก.ย. ตัวเลขดัชนีที่เกินกว่า 50 หมายถึงมีการขยายตัวในภาคการผลิต (Reuters)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน หลังจากหุ้นยานยนต์ นำโดย Volkswagen ดีดตัวกลับเป็นบวก หุ้นท่องเที่ยวปรับตัวขึ้น แต่หุ้นธนาคารปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์เตือนว่าหุ้น Volkswagen ที่ดีดกลับแรงมาจากการปิดสถานะของการยืมหุ้นมาขาย(Reuters)

• ธุรกิจยูโรโซนขยายตัวช้าลงในเดือน ก.ย. ดัชนี PMI รวมโดย Markit ของเขตยูโรโซนในเดือน ก.ย. อยู่ที่ 53..9 ลดลงจาก 54.3 ในเดือน ส.ค. นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลงไปอยู่ที่ 54.1(Reuters)

• ประธาน ECB มาริโอ ดรากี้ ส่งสัญญาณยังไม่ขยายมาตรการ QE มูลค่าปัจจุบัน 1.1 ล้านล้านยูโร แม้ตระหนักว่า เศรษฐกิจเกิดใหม่ชะลอตัวลง เงินยูโรแข็งค่าขึ้น และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังร่วง(Reuters)



เอเชีย:

• กิจกรรมภาคการผลิตจีนเดือน ก.ย. หดตัวลงต่ำสุดในรอบ 6 ปีครึ่ง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีน ซึ่ง Markit จัดทำร่วมกับ Caixin ปรับตัวลดลงแตะ 47.0 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 2552 จากระดับ 47.3 ในเดือนส.ค. และต่ำกว่าที่ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 47.5 ทั้งนี้ดัชนีดังกล่าวได้ปรับตัวลดลง 7 เดือนติดต่อกันแล้ว (Reuters)

• ปธน. จีน สี จิ้นผิง ให้คำมั่นถึงการสนับสนุนและลดกฎเกณฑ์ข้อบังคับสำหรับการลงทุนของต่างชาติ และประกาศพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ ในประเด็นอาชญากรรมไซเบอร์ ขณะที่เตรียมหารือกับสหรัฐฯ ในกรุง Washington DC ต่อประเด็นข้อกล่าวหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของจีนเพื่อแสดงถึงกรรมสิทธิ์ในอาณาเขตของทะเลจีนใต้ไปจนถึงประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาทองคำเมื่อวันพุธทรงตัว หลังจากที่อ่อนค่าลง 2 วันก่อนหน้าติดต่อกัน ทั้งนี้เป็นเพราะค่าเงินดอลลาร์ฯกลับมาอ่อนค่า ประกอบกับตลาดกังวลต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงหลังจากที่จีนประกาศตัวเลขภาคการผลิตอ่อนแอ โดยราคาทองคำตลาดจรสูงขึ้นเพียง 0.6% มาอยู่ที่ 1,131.53 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือน ธ.ค. สูงขึ้นเพียง 0.6% มาอยู่ที่ 1,131.50 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ (Reuters)

• ราคาน้ำมันดิบเมื่อวันพุธอ่อนตัวลง ถึงแม้ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลงแต่ทุกหักล้างด้วยปัจจัยกดดันจากสต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลง 1.33 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (-2.7%) มาอยู่ที่ 47.75 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 1.88 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (-4.1%) มาอยู่ที่ 44.48 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (Reuters)